9 เมษายน 2563 เคาะแล้ว 2,800 ล้าน ปรับปรุงคลองยม – น่าน จ. สุโขทัย แก้น้ำท่วม – ภัยแล้ง ลุ่มน้ำยมตอนล่าง

ที่มา: https://www.posttoday.com/social/general/620309

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการปรับปรุงคลองยม – น่าน  เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในลุ่มน้ำยมที่จะมีปัญหาในเรื่องอุทกภัยและในช่วงฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำต่อเนื่อง ซึ่งกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการต่อไป

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า กรมชลประทานจะเร่งดำเนินการโครงการทันที  โดยโครงการนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพในลุ่มน้ำ – ลำน้ำ การพัฒนาระบบบริหารน้ำในลำน้ำ เนื่องจากลุ่มน้ำยมตอนล่างในพื้นที่ จ. สุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร ไม่มีเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ทำให้บางช่วงไม่สามารถรับน้ำหลากได้และเกิดอุทกภัย ในขณะที่ฤดูแล้งไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ จึงต้องมีการพัฒนาระบบบริหารเข้ามาเพิ่ม ร่วมถึงการขยายคลองในบางจุดเพื่อเพิ่มศักยภาพลำน้ำ

นายประพิศ  จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทานฝ่ายก่อสร้างกล่าวว่า  โครงการปรับปรุงคลองยม – น่าน จ. สุโขทัย มีกรอบวงเงิน 2,875 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี  (พ.ศ. 2563 – 2567)   การบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำสายหลักที่จะมีการตัดยอดน้ำบางส่วนจากแม่น้ำสายหลักที่ไหลมาจาก อ. ศรีสัชนาลัยประมาณ 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมีการบริหารจัดการออกสู่คลองสาขาประมาณ 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และไหลลงมาถึงบริเวณบ้านหาดสะพานจันทร์ประมาณ  1,050 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ตัวเมืองรับน้ำได้ประมาณ  550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ดังนั้นจะต้องควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่เขตเศรษฐกิจให้อยู่ในเกณฑ์ที่รับปริมาณน้ำได้ โดยจะเริ่มจากตัดยอดน้ำที่บริเวณคลองหกบาท ต. ป่ากุมเกาะ อ. สวรรคโลก จ.สุโขทัย ที่จะขยายศักยภาพการรับน้ำจาก 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขยายเป็น 500  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รับน้ำไปลงแม่น้ำน่านบริเวณปลายคลองยม – น่าน  ต. คอรุม อ. พิชัย จ. อุตรดิตถ์  จากนั้นจะระบายน้ำออกไปลงแม่น้ำน่าน 300  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และออกไปยังคลองยมเก่าลงแม่น้ำยมอีก  200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที   เพื่อให้มีปริมาณน้ำในแม่ยมคงเหลือผ่านตัวเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพรับน้ำไม่เกิน  550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สำหรับโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีงบประมาณ 2564 ระหว่างนี้กรมชลฯ จะดำเนินการเตรียมความพร้อมในการจัดหาที่ดิน ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ หากโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นจะเป็นโยชน์ในการช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ อ. เมืองสุโขทัย อ. สวรรคโลก จ. สุโขทัย และ อ. พิชัย จ. อุตรดิตถ์ครอบคลุม 15 ตำบล  27 หมู่บ้าน 5,340 ครัวเรือน และสามารถกักเก็บน้ำในแนวคลองไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค ทำการเกษตรและการปศุสัตว์ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7,300 ไร่