7 มกราคม 2564 ไม้สักทองที่ธรณีสงฆ์เมืองแพร่ยกให้สร้างอ่างเก็บน้ำ ยังไม่ทันทำผาติกรรมกลับหายเกลี้ยง

ที่มา: https://www.mgronline.com /local/detail/9640000001203

โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่แคมอันเนื่องมาจากพระราชดำริพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ต. สวนเขื่อน อ. เมืองแพร่ จ. แพร่ ขณะนี้คืบหน้าเกินกว่าร้อยละ ๕๐ แล้ว แต่พบว่ายังไม่มีการจ่ายค่าเวนคืน ประกอบด้วยค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต้นไม้ที่สำรวจไว้แล้ว และค่าที่ดิน ซึ่งจำแนกออกเป็นกลุ่มที่มีเอกสารสิทธิ และกลุ่มที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ในจำนวนนี้มีที่ดินธรณีสงฆ์จำนวน ๒ แปลงที่มีเอกสารสิทธิเป็น น.ส.๓ ก. ยังไม่ทำผาติกรรมยกเลิกกฤษฎีกาที่ดินสงฆ์จำนวน ๒ แปลง รวม ๕ ไร่เศษแต่อย่างใด ซึ่งวัดแม่แคมร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมว่า ทางวัดยินดีมอบที่ดินให้แก่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อสร้างความเจริญให้บ้านเมืองตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๙ แต่กรมชลประทานยังไม่ดำเนินการตามระเบียบของทางราชการในการจัดการที่ดินให้เป็นไปตามกฎหมาย ล่าช้ามานานจนอ่างเก็บน้ำสร้างไปแล้วกว่าร้อยละ ๕๐

นอกจากนี้ พบไม้สักทองตามบัญชีสำรวจ ๒๖๐ ต้น ไม้กระยาเลย และไม้ผลรวมทั้งหมดกว่า ๕๐๐ ต้น ซึ่งเป็นทรัพย์สินของวัดแม่แคมหายไปทั้งหมด ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ประชุมหารือร่วมกันระหว่างป่าไม้ ชลประทาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลตำบลสวนเขื่อน ตำรวจภูจังหวัดแพร่ ที่ดินจังหวัดแพร่ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ ตัวแทนโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่แคม และตัวแทนวัดแม่แคมที่ศาลาวัดแม่แคม เมื่อ ๒๒ ธ.ค. ๖๓ ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยเฉพาะปัญหาหลังการสร้างสำนักงาน และที่พักคนงานพร้อมทั้งอาคารสปิลเวย์ แนวสันเขื่อน ในบริเวณที่ดินของวัดแม่แคม โรงเรียนแม่แคม และที่ดินชาวบ้าน ไม่มีใครตอบได้ว่าไม้สักมีค่าทั้งหมดที่อยู่ในที่ดินของวัดแม่แคมหายไปไหน

แหล่งข่าวในชุมชนบ้านแม่แคมเปิดเผยถึงวันที่ตัดไม้สักทอง และไม้กระยาเลยของวัดออกไปว่า ในวันนั้นนายประทวน แจ้งใจ ผู้รักษาความสงบในหมู่บ้านแม่แคมแจ้งเจ้าอาวาสวัดแม่แคมว่า โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำฯ นำรถแบ็กโฮล้มไม้วัดหมดแล้ว เจ้าอาวาสฯ จึงแจ้งไปยังนางอนันยา เจียมศรีพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธแห่งชาติ จ. แพร่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบพื้นที่เข้าร่วมด้วย เมื่อนางอนันยา พร้อมกับเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบก็พบโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำจ้างคนขับรถแบ็กโฮที่เป็นคนท้องถิ่นโค่นต้นมะขาม ต้นสัก และไม้อื่นๆ จนเกือบหมดแล้ว จึงสั่งการให้หยุดการกระทำดังกล่าว เนื่องจากเป็นการบุกรุกที่ดินภายใต้กรรมสิทธิ์ของกรมการศาสนา ที่ยังไม่มีการทำผาติกรรม ขณะที่โค่นต้นไม้ดังกล่าวก็ไม่ได้รับอนุญาต “ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่อยู่ในเหตุการณ์แนะนำให้เผาทิ้งทั้งหมด เพราะเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย เรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำอยู่ด้วย แต่พอรุ่งเช้าของอีกวันไม้ที่ตัดโค่นถูกลำเลียงหายไปจนหมด ไม่มีร่องรอยการเผาใดๆ ต่อมานางอนันยา เจียมศรีพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ และเจ้าหน้าที่ก็ถูกสั่งย้ายโดยไม่ทราบสาเหตุ” นายพิทักษ์ชัย รักสุข ผู้แทนเจ้าอาวาสวัดแม่แคมกล่าวว่า มีข้อมูลขนาดนี้ชลประทานยังปัดความรับผิดขอบ ทั้งๆ ที่วัดแม่แคมต้องการมอบที่ดินให้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพราะความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่สืบทอดมานาน การสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะมีประโยชน์ต่อสังคมอย่างใหญ่หลวง แต่มีการดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส ขอเรียกร้องให้นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ สอบสวนให้เห็นผู้ที่กระทำผิดดังกล่าวเพื่อเอาผิดตามกฎหมาย ทำให้กระบวนการสร้างอ่างเก็บน้ำน้อมเกล้าฯ ถวายในหลวงรัชกาลที่ ๙ มีความสง่างามสมพระเกียรติต่อไป