6 พฤศจิกายน 2565 “พลับพลึงธาร” ไม้ประจำถิ่นใกล้สูญพันธุ์ เริ่มออกดอกบานสะพรั่งรับหน้าหนาว

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1035668

ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นช่วงที่เปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว หรือช่วงปลายฝนต้นหนาว จะเป็นช่วงที่ “พลับพลึงธาร” เริ่มออกดอกชูช่อบานสะพรั่งสวยงามอยู่ในลำคลอง ส่งกลิ่นหอมรับหน้าหนาว ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งสายน้ำ” นับเป็นพืชน้ำเฉพาะถิ่นของประเทศไทยที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ พบได้ในแถบจังหวัดพังงาและระนองเท่านั้น

          โดยที่จังหวัดพังงานั้นจะพบ “พลับพลึงธาร” ได้บริเวณแม่น้ำ ลำคลอง ในพื้นที่ อ.คุระบุรี อ.ตะกั่วป่า อ.กะปง และจังหวัดระนองพบที่ อ.สุขสำราญ อ.กะเปอร์

          ซึ่งที่สวนของนายเลื่อน มีแสง หรือ ตาเลื่อน บ้านบางซอย ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา เป็นจุดที่มีดอกพลับพลึงธารมากที่สุด เนื่องจากคุณตาเลื่อนเป็นคนอนุรักษ์และขยายพันธุ์พลับพลึงธารให้อยู่ในลำคลองเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านสวนยางพารา พบว่าขณะนี้ดอกพลับพลึงธารกำลังบานสะพรั่งชูช่อดอกที่สวยงาม พร้อมกับส่งกลิ่นหอมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมในระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปี นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ต้องห้ามพลาดอีกหนึ่งแห่งของ อ.คุระบุรี จ.พังงา

           “พลับพลึงธาร” หรือ ช้องนางคลี่ หรือ หอมน้ำ เป็นพันธุ์ไม้ที่ใกล้สูญพันธุ์ เป็นพืชน้ำเฉพาะถิ่น ของประเทศไทย พบได้ในแถบจังหวัดพังงาและระนองเท่านั้น พลับพลึงธารเป็นพืชอวบน้ำในช่วงฤดูฝนที่น้ำหลากจะมีการผสมเกสร โดยในแต่ละผลจะมีเมล็ดข้างใน 3-4 เมล็ด และจะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงปลายฤดูฝน หรือต้นฤดูหนาว ประมาณเดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปี

           ดอกพลับพลึงธารเป็นดอกไม้ประจำท้องถิ่น ลักษณะของดอกพลับพลึงธารจะเป็นดอกตูมสีขาวมี 6 กลีบ ในก้านชูดอกหนึ่ง ๆ มีหลายก้านดอก จะทยอยบานติดต่อกันไป เมื่อบานแล้วจะส่งกลิ่นหอม ซึ่งพบว่ามีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่องสาเหตุมาจากการขุดลอกคลองและจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น รวมถึงการลักลอบขุดเอาออกไปจากพื้นที่

           พลับพลึงธาร ได้ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลก (IUCN Redlist) เมื่อปี 2554 ทั้งนี้พลับพลึงธารจึงถือว่าเป็นดรรชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของน้ำและลำคลองได้ด้วย อีกทั้งดอกพลับพลึงธารยังมีความสวยงามมาก ประกอบกับความหายาก จึงทำให้ได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งสายน้ำ“