5 มกราคม 2566 จับตาสิ่งแวดล้อมโลกและสิ่งแวดล้อมไทย ปี 2566 | วิจารย์ สิมาฉายา

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (https://www.bangkokbiznews.com/environment/1046342)

สถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก World Economic Forum (2022) ได้ประเมินความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดของโลก ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม 3 อันดับแรก ประกอบด้วย ความล้มเหลวของการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความแปรปรวนสภาพอากาศแบบสุดขั้ว และความสูญเสียของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเห็นได้ชัดในรอบปี 2564-2565 สถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกและสิ่งแวดล้อมไทยแปรปรวนค่อนข้างสูง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็ได้สรุปว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ทั้งในยุโรป อเมริกา เอเชีย และออสเตรเลีย ได้แก่ อุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี เสียชีวิตมากกว่า 100 คนที่ประเทศเบลเยียม อุทกภัยในแคนาดาในรอบ 100 ปี อุทกภัยที่เมืองเจิ้งโจวในประเทศจีนและกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ อุทกภัยในรอบ 100 ปีที่มีปริมาณน้ำฝนกว่า 600 มิลลิเมตร รวมทั้งอุทกภัยในรอบ 100 ปี ที่เมืองเนลสัน ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นต้น 

ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกันที่เกิดอุทกภัยต่อเนื่องกันกว่า 3 ปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินความท้าทายสู่เป้าหมาย Net Zero กระแสโลก ได้ให้ความสำคัญของการประกาศเจตนารมณ์ของผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลกในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร เป้าหมายที่จะควบคุมอุณหภูมิของโลกไม่ให้เกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส โดยกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์  (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ได้กำหนดจะไปถึงเป้าหมาย ในปี 2050 (พ.ศ. 2593) โดยประเทศไทย ได้กำหนดเป้าหมายไว้สามระยะ คือ ระยะที่หนึ่ง ปี 2030 (พ.ศ.2573) ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% หากได้รับความช่วยเหลือทางการเงินและเทคโนโลยี ระยะที่สอง เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ในปี 2050 (พ.ศ.2593) และระยะที่สาม เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2065 (พ.ศ.2608) ประเด็นสำคัญเราจะไปถึงจุดหมายนั้นอย่างไร? โดยเฉพาะการเปลี่ยนรูปแบบพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่เป็นสัดส่วนสูงในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้ประเทศไทยจะปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในสัดส่วนไม่ถึง 1% ของโลก แต่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบอันดับที่ 9 ของโลก