3 กันยายน 2563 “วราวุธ” ติดตามวางขาแท่นปะการังเทียมเกาะพะงัน พร้อมถอดบทเรียนขยายผล

ที่มา:

https://www.thairath.co.th/news/local/south/1923300

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ประเทศไทยศึกษาเรื่องการใช้โครงสร้างเหล็กชนิดเดียวกับขาแท่นมาจัดวางเป็นปะการังเทียมพบว่า มีความเหมาะสม สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และสิ่งมีชีวิตต่างๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งประมง สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประเทศชาติเป็นจำนวนมาก โดยคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ที่มี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานมีมติเห็นชอบในหลักการ เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เรียบร้อยแล้ว

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกล่าวว่า โครงการฯ เริ่มศึกษาความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ในสมัยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และพัฒนาการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่เชฟรอนประเทศไทยส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่ไม่ใช้งานแล้วจำนวน ๗ ขาแท่น ให้แก่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อนำไปจัดวางเป็นปะการังเทียม และสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการ นอกจากนี้ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้รับผิดชอบในการศึกษาทางวิชาการด้านกายภาพ และนิเวศวิทยาของพื้นที่ รวมถึงการเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาการของทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งขอขอบคุณกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และกรมประมง ที่สนับสนุนและร่วมมือในการดำเนินงานมาโดยตลอด โครงการนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมมาจัดวางเป็นปะการังเทียม ในพื้นที่เกาะพะงัน จ. สุราษฎร์ธานี บริษัทเชฟรอนดำเนินการจัดวางเป็นขาแท่นที่ ๔ จากทั้งหมด ๗ ขาแท่น คาดว่าขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมทั้ง ๗ ขาแท่น จะดำเนินการจัดวางแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. ๒๕๖๓ นี้

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีกล่าวว่า ภายหลังจากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของ จ. สุราษฎร์ธานีจะกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทั้งปริมาณสัตว์น้ำและแหล่งที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นและสมบูรณ์ขึ้น รวมถึงแหล่งหลบภัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน นอกจากนั้น การออกแบบการจัดวางขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมในการนำไปจัดวางเป็นปะการังเทียมในพื้นที่เกาะพะงัน ตามที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรดำเนินการ ยังเป็นประโยชน์ในด้านการเพิ่มแหล่งดำน้ำ อีกทั้งช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของ จ. สุราษฎร์ธานี สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยว และลดจำนวนนักท่องเที่ยวดำน้ำออกจากแนวปะการังธรรมชาติ และลดการทำลายแนวปะการังธรรมชาติจากกิจกรรมการท่องเที่ยวอีกด้วย

Mgid