29 ตุลาคม 2564 สังคมโลก : ซาอุดีสีเขียว

ที่มา:

https://www.dailynews.co.th/articles/419173/

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฏราชกุมาร และเจ้าชายอับดุลอาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย ประกาศต่อที่ประชุมแผนริเริ่มซาอุดีสีเขียว หรือ Saudi Green Initiative : SGI ในกรุงริยาด เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า ซาอุดีอาระเบีย ประเทศแกนนำของกลุ่มโอเปก มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกับประชาคมโลกต่อสู้กับปัญหาภาวะโลกร้อน และการดำเนินการตามแผนของซาอุดีอาระเบีย จะไม่ให้กระทบเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก เอสจีไอ เป็นส่วนหนึ่งของแผนริเริ่มตะวันออกกลางสีเขียว หรือ Middle East Green Initiative : MEGI โครงการตามพระดำริของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดเช่นกัน ในการนำพากลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและโลกอาหรับต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน

การประชุมเอสจีไอมีขึ้นก่อนการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 26 หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ ในสกอตแลนด์ ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-12 พ.ย. ซึ่งวาระหลักของการประชุมอยู่ที่ความตกลงลดการปล่อยคาร์บอนมากกว่าที่แต่ละประเทศตั้งเป้าหมายไว้ เจ้าชายโมฮัมเหม็ดกล่าวต่อที่ประชุมเอสจีไอผ่านคลิปวิดีโอว่า ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียมีเป้าหมายบรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2603 ภายใต้โครงการเศรษฐกิจคาร์บอนหมุนเวียน (circular carbon economy program) ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียจะยังคงบทบาทนำในการเสริมความมั่นคง และเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก

ซาอุดีอาระเบียจะเข้าร่วมแผนปฏิบัติการโลกในการลดการปล่อยก๊าซมีเทนลงร้อยละ 30จากระดับของปี 2563 ภายในปี 2573 ที่ทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (อียู) กำลังเร่งดำเนินการ นายจอห์น แคร์รี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และปัจจุบันรับหน้าที่ผู้แทนพิเศษประธานาธิบดีสหรัฐ ฝ่ายกิจการปัญหาโลกร้อน กำหนดจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอ็มอีจีไอ ที่กรุงริยาด ในวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา

เจ้าชายอับดุลอาซิสกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียในฐานะหนึ่งในประเทศร่วมลงนามในความตกลงปารีสได้ยื่นเสนอแผนเป้าหมาย การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ Nationally Determined Contributions : NDC ไปแล้ว โดยสารสำคัญในแผนเอสจีไอของประเทศคือ ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน 278 ล้านตันต่อปี ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 จากเป้าหมายเดิมปีละ 130 ล้านตัน เดือน มี.ค.ปีนี้ รัฐบาลซาอุดีอาระเบียประกาศจะลดการปล่อยคาร์บอนกว่าร้อยละ 4 ของเป้าหมายทั่วโลก นอกจากนั้น ยังจะผลิตพลังงานที่จำเป็นต้องใช้ในประเทศร้อยละ 50 จากแหล่งหมุนเวียนภายในปี พ.ศ. 2573 และปลูกต้นไม้หลายพันล้านต้นในประเทศซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย เศรษฐกิจซาอุดีอาระเบียยังต้องพึ่งพารายได้จากน้ำมันอย่างมาก เนื่องจากแผนสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาน้ำมัน ไม่คืบหน้าตามเป้าหมาย เจ้าชายอับดุลอาซิส กล่าวว่า ไฮโดรคาร์บอนยังมีความจำเป็น โลกยังต้องใช้น้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียต่อไป ในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ของซาอุดีอาระเบีย อาจบรรลุก่อนถึงปี ค.ศ. 2603 แต่ซาอุดีอาระเบียต้องใช้เวลาดำเนินการอย่างเหมาะสม