28 พฤศจิกายน 2563 พบเขี้ยวฉลามน้ำจืดโบราณสกุล “กลายฟิส” ครั้งแรกในไทย

ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/137421

นอกจากการขุดพบโครงกระดูกวาฬโบราณอายุราว 2,000-5,000 ปี ระหว่างที่นักวิชาการกำลังทำงาน ได้พบเขี้ยวฉลามน้ำจืด จัดอยู่ในสกุล “กลายฟิส” ซึ่งฉลามชนิดนี้ไม่เคยมีบันทึกการอาศัยอยู่ในประเทศไทย จึงนับได้ว่าเป็นการพบครั้งแรก

เจ้าหน้าที่คณะขุดโครงกระดูกวาฬโบราณ นำเขี้ยวฉลามออกจากซองเก็บ ให้ทีมข่าวบันทึกภาพ ซึ่งการค้นพบเขี้ยวฉลามกว่า 20 ซี่นี้ เป็นการพบระหว่างการขุดโครงกระดูกวาฬโบราณ ในพื้นที่ ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ห่างจากชายฝั่งทะเลสมุทรสาครราว 12 กิโลเมตร

เขี้ยวที่พบคือฉลามน้ำจืด ในสกุล “กลายฟิส” และเขี้ยวฉลามเสือ โดยพบอยู่ในชั้นตะกอนดินทับถมด้านบนโครงกระดูกวาฬโบราณ  ฉลามสกุลกลายฟิส จัดเป็นหนึ่งในหกของปลาฉลามหายาก ซึ่งเรียกกันว่าเป็นปลาฉลามน้ำจืด หรือ ปลาฉลามแม่น้ำ เพราะเป็นปลาฉลามเพียงประเภทเดียวเท่านั้น ที่สามารถอาศัยอยู่ในน้ำกร่อยหรือน้ำจืดสนิทได้ตลอดทั้งชีวิต

การค้นพบเขี้ยวฉลามน้ำจืดครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเขี้ยวของฉลามจะมีอายุใกล้เคียงกับกระดูกวาฬโบราณ คือ 2,000-5,000 ปี แต่ถูกพบในชั้นบนที่เป็นตะกอนดินของชั้นดินเหนียวกรุงเทพ

นางสาวสุชาดา คำหา นักวิชาการ ประจำองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. เปิดเผยว่า ได้เปรียบเทียบเขี้ยวของฉลามที่พบกับข้อมูลฉลามทุกชนิดแล้ว ซึ่งรูปทรงของเขี้ยวที่พบตรงกับฉลาม 2 ชนิด คือ ฉลามน้ำจืด สกุล “กลายฟิส” กับ ฉลามเสือ ข้อมูลการอาศัยอยู่ของปลาฉลามกลายฟิส นางสาวสุชาดา ระบุว่า มีรายงานการพบอยู่บริเวณอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน ซึ่งไทยไม่มีหลักฐานยืนยันการพบฉลามสกุลนี้มาก่อน มีเพียงคำบอกเล่าปากต่อปากเท่านั้นว่า เคยพบเมื่อปี 2006 หรือ พ.ศ.2549 แต่ไม่ระบุว่าเจอที่ใด และมีข้อมูลทางการศึกษาน้อยมาก ทำให้การขุดรอบๆ หลุมโครงกระดูกวาฬโบราณ จึงต้องเก็บตัวอย่างดินและหาหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป

LinksLinks2