25 ธันวาคม 2562 สวนทางมาตรการแก้ฝุ่น PM2.5 ชาวไร่อ้อยยอมรับจำต้องเผา

ที่มา : https://news.thaipbs.or.th/content/287396

เกือบ 6 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกอ้อยที่คาดว่า จะอนุญาตให้มีการเผา หลังมติ ครม. ให้ โรงงานรับซื้ออ้อยสดแทนอ้อยไฟไหม้ ปีแรก ลดเหลือ 50 : 50 ชาวไร่อ้อยนครสวรรค์ ยืนยัน มีข้อจำกัดด้านแรงงาน เครื่องจักรกล ปัญหาภัยแล้ง และภาวะราคาอ้อยตกต่ำ จึงต้องเลือกเผา

มากกว่าร้อยละ 60 ของหมอกควันและฝุ่น PM2.5. จากการเผาในภาคเกษตร มาจากไร่อ้อย รัฐบาลประยุทธ์ 2 จึงมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 เดินหน้ามาตรการต่าง ๆ ตามข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ทั้งการกำหนดจังหวัดต้นแบบปลอดเผา 100% ในแต่ละภูมิภาค การขยายสินเชื่อเครื่องจักรกล และมาตรการด้านกฎหมาย ด้วยการกำหนดโควตาให้โรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยสดเพิ่มขึ้น

ฤดูหีบอ้อย ปีนี้ (2562/2563) ตั้งเป้าให้ทุกโรงงานรับซื้ออ้อยไฟไหม้เข้าหีบ ไม่เกินร้อยละ 30 ต่อวัน และขยับลดลง ไม่เกินร้อยละ 20 ในปีการผลิต 2563 /2564 ก่อนจะให้ลดให้เหลือ ร้อยละ 0 – 5 ต่อวัน ซึ่งจะทำให้อ้อยไฟไหม้หมดไปภายในปี 2565

2 ใน 3 มาตรการตามมติ ครม. วันนั้น ถูกบรรจุไว้ใน “แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนระดับชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ที่เพิ่งผ่านมติ ครม.เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเหมือนเป็นตอกย้ำว่า รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาฝุ่นที่ต้นทางอย่างเต็มที่

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นใน จ.นครสวรรค์ แหล่งปลูกอ้อยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยประมาณ 8 แสนไร่ ดูเหมือนจะสวนทางกับความพยายามของรัฐบาล

จุดความร้อนที่รั้งอันดับต้น ๆ ของประเทศ และซากไร่อ้อยที่ถูกเผาหลายแห่งใน จ.นครสวรรค์ ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม ที่เป็นช่วงฤดูหีบอ้อย อาจเป็นคำตอบว่า สิ่งที่ภาครัฐพยายามรณรงค์ขอความร่วมมือ และกำหนดมาตรการในการลดการเผาในภาคเกษตร มีผลมากน้อยแค่ไหน

คนงานไร่อ้อยที่ บ้านมะเกลือ อ. เมือง จ. นครสวรรค์ เร่งตัดอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลให้ทันก่อนหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ เจ้าของไร่เลือกใช้วิธีการเผาและจ้างแรงงานตัด แม้จะรู้ว่า ต้องถูกหักงานจากโรงงาน 30 บาทต่อตัน เพื่อไปให้กับเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดตามระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ก็ยอมแลกเพราะคุ้มกว่าการตัดอ้อยสด

เอนก สีสุก หัวหน้าโควต้าอ้อยในพื้นที่ ยอมรับว่า การเผาเป็นตัวการหนึ่งของปัญหาฝุ่นควัน ที่ส่งผลกระทบต่อส่วนรวม แต่ด้วยข้อจำกัดด้านแรงงาน เครื่องจักรกล ปัญหาภัยแล้ง และภาวะราคาอ้อยตกต่ำ ทำให้ ชาวไร่อ้อยไม่มีทางเลือกมากนัก

หลังหยุดยาวปีใหม่ มีแนวโน้มว่าการเผาไร่อ้อยจะยิ่งเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ เพราะยังมีโควต้าตกค้างอยู่อีกจำนวนมาก ทำให้จังหวัดนครสวรรค์และหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเตรียมการรับมือกับฝุ่นควัน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งภายในจังหวัดและข้ามไปยังจังหวัดอื่น ๆ

หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครสวรรค์ ยอมรับว่า ยังไม่สามารถทำความเข้าใจให้เกษตรกรส่วนใหญ่หันมาตัดอ้อยสดแทนการเผาได้ จึงต้องใช้มาตรการยืดหยุ่น เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างวิถีการทำเกษตรกับการบังคับใช้กฎหมาย

หัวหน้า ปภ. จังหวัดนครสวรรค์ ยืนยัน ที่ผ่านมา สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ยังไม่น่ากังวล เนื่องจากค่าเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน มีเพียงวันที่ 13 ธันวาคมเท่านั้น ที่ค่าฝุ่นไปแตะระดับ 71 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

แต่เชื่อว่าหลังปีใหม่ สถานการณ์การเผาพื้นที่เกษตรจะมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งทางจังหวัดพร้อมรับมือ โดยจะพิจารณาใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาให้เกิดความคล่องตัวผ่านกลไกคณะกรรมการเชิงป้องกันยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดเล็ก ไม่ต้องรอให้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าฯ เป็นประธาน เพราะปัญหาฝุ่นควันยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เมื่อเทียบกับปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม

LinksLinks2