24 เมษายน 2564 ขยะ “แมสก์” ล้นเมือง

ที่มา : https://mgronline.com/daily/detail/9640000038405

ขยะติดเชื้อจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (Covid-19) โดยเฉพาะขยะหน้ากากอนามัย (Mask) ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดตามแหล่งสาธารณะกำลังลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉลี่ยประเทศไทยมีปริมาณหน้ากากอนามัยใช้แล้ว 11.48 ตันต่อวัน แน่นอนว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จวบจนการระบาดสิ้นสุดลง นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปริมาณขยะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วพุ่งพรวดทั่วทั้งโลก ขณะที่องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลกประเมินไปในทิศทางเดียวกัน ขยะหน้ากากอนามัยทุกรูปแบบจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical mask) ผลิตขึ้นรูปจากแผ่นใยสังเคราะห์ (non-woven fabric) วัตถุดิบหลักซึ่งเป็น พอลิโพรไพลีน (Polypropylene) และถ่านกัมมันต์ในปริมาณมาก ทำให้หน้ากากอนามัยกลายเป็นขยะพลาสติกที่ใช้เวลาในการย่อยสลายนานกว่าจะย่อยสลาย อีกทั้ง ระหว่างย่อยสลายสามารถปลดปล่อยสารพิษได้อย่างต่อเนื่อง หรือหากหลุดรอดไปยังแหล่งน้ำหรือทะเล อนุภาคพลาสติกที่ถูกปลดปล่อยระหว่างการย่อยสลาย จะยังคงสะสมอยู่ในน้ำและในห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำจืดหรือทะเล ซึ่งในที่สุดก็ย้อนกลับมาอยู่ในวงจรสิ่งแวดล้อม วงจรแหล่งอาหาร สร้างผลกระทบถึงมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ รูปลักษณ์ที่ดูคล้ายพืชหรือสิ่งมีชีวิต อาจจะทำให้สัตว์น้ำบางชนิด เช่น เต่าทะเล อาจเข้าใจผิดว่าหน้ากากอนามัย คือ อาหาร

ในประเด็นนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับรู้ถึงปัญหาเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาโดยประสานไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมการทิ้งและกำจัดขยะติดเชื้ออย่างหน้ากากอนามัย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้กำจัดอย่างถูกวิธีตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ กำหนดให้ “หน้ากากอนามัยใช้แล้ว” เป็น “มูลฝอยติดเชื้อ” ที่ต้องมีการจัดการตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 โดยรวบรวมในภาชนะที่มีสีหรือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงมูลฝอยติดเชื้อ ต้องเก็บรวบรวมและกำจัดทำลายอย่างถูกต้อง

LinksLinks2