24 สิงหาคม 2563 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: เขื่อนมีบทบาทสำคัญช่วยชะลอระดับน้ำทะเลเพิ่ม

ที่มา:

https://www.bbc.com/thai/international-53864916

นักวิทยาศาสตร์พบว่า การก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่มีบทบาทสำคัญอย่างน่าประหลาดใจในการช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ในช่วง ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งที่กำลังละลาย และอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของน้ำทะเล ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แต่การศึกษาใหม่พบว่า เขื่อนต่างๆ เกือบจะช่วยยุติการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในช่วงทศวรรษ ๑๙๗๐ ได้ เพราะช่วยกักเก็บน้ำปริมาณมหาศาลไว้ไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล ถ้าไม่มีเขื่อนเหล่านี้ อัตราการเพิ่มขึ้นของน้ำทะเลอาจจะอยู่ที่ร้อยละ ๑๒ การวัดว่าระดับน้ำทะเลในรอบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักวิทยาศาสตร์ จากข้อมูลเท่าที่มีอยู่นักวิจัยพบว่า ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล กับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในมหาสมุทรในช่วง ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาแตกต่างกันในงานวิจัยใหม่นี้ ผู้วิจัยได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มา และวิธีการวัด เพื่อให้มีการประเมินผลใหม่ และแม่นยำมากขึ้น

นอกจากการละลายของธารน้ำแข็ง และอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของทะเลจากพลังงานความร้อนที่ถ่ายโอนสู่น้ำทะเลแล้ว นักวิจัยพบว่า แหล่งกักเก็บน้ำอย่างเช่น เขื่อนและอ่างเก็บน้ำมีบทบาทสำคัญต่อระดับน้ำทะเลตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ปัจจุบันมีเขื่อนขนาดใหญ่ราว ๕๘,๐๐๐ แห่งทั่วโลก เขื่อนหลายแห่งในจำนวนนี้สร้างขึ้นในช่วงกว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมา ช่วงทศวรรษ ๑๙๕๐ ถึง ๑๙๗๐ มีการสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายแห่งแล้วเสร็จในช่วงเวลานี้ รวมถึงเขื่อนเคอรีบา (Kariba Dam) ในประเทศซิมบับเวเขื่อนบราตสก์ (Bratsk Dam) ในไซบีเรีย และเขื่อนอัสวาน (Aswan High Dam) ในประเทศอียิปต์ เมื่อมีการใช้งานเขื่อนยักษ์เหล่านี้อย่างเต็มที่ในช่วงทศวรรษ ๑๙๗๐ ทำให้ปริมาณน้ำมหาศาลถูกกักไว้ไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล ช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั่วโลกลงได้ “น้ำที่ลดลงจำนวนมาก เป็นเพราะปริมาณน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ตามเขื่อนต่างๆ ทำให้การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเกือบจะหยุดชะงัก” ดร.โทมัส เฟรเดอริกเซอ จากห้องปฏิบัติแรงขับเคลื่อนไอพ่น (Jet Propulsion Laboratory) ของนาซ่า ในเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าว “ดังนั้นด้วยการสร้างเขื่อน เราจึงเกือบจะหยุดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลได้นานราว ๑๐ ปี”

การศึกษาพบว่า ระดับน้ำทะเลโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ ๑.๕๖ มิลลิเมตรต่อปี ระหว่างปี ๑๙๐๐ ถึง ๒๐๑๘

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของศตวรรษที่ ๒๐ เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง จากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น นักวิจัยเชื่อว่า ถ้าไม่มีเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ระดับน้ำทะเลอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ร้อยละ ๑๒ ในช่วงเวลานี้

อย่างไรก็ตาม เขื่อนกักเก็บน้ำเหล่านี้ เริ่มส่งผลลดน้อยลงในช่วงทศวรรษ 1990 ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น และการสร้างเขื่อนก็เริ่มลดลง ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ อิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกยังได้ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น จากน้ำแข็งที่ละลายในกรีนแลนด์ ขณะที่อุณหภูมิของมหาสมุทรก็เพิ่มขึ้นจากพลังงานความร้อนที่ถ่ายโอนสู่ทะเลมากขึ้น ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเร่งตัวขึ้นในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเพิ่มขึ้นที่ 3.55 มิลลิเมตรต่อปี การสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้นจะช่วยชะลอระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ นักวิจัยเขียนงานวิจัยเกี่ยวกับวิธีที่ยุโรปจะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรงที่สุดจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะลได้คือ การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วทะเลเหนือ แต่ ดร.โทมัส เฟรเดอริกเซอ ไม่คิดว่าการสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้นจะได้ผล”หากมีการสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่แล้ว เราจะสามารถชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลได้ประมาณ ๐.๘ มิลลิเมตรต่อปี” “แต่ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นราว ๔ มิลลิเมตรต่อปี” “นั่นหมายความว่า คุณต้องสร้างเขื่อนเพิ่ม ๕ เท่าจากจำนวนเขื่อนที่เราสร้างไว้แล้วในช่วงเวลานั้น เพื่อหยุดยั้งอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในปัจจุบัน” “ผมคิดว่า นั่นเป็นไปไม่ได้”วิธีการที่ดีกว่าและถูกกว่าในความเห็นของเฟรเดอริกเซอ คือ การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้เร็วขึ้นและมากขึ้นกว่าระดับปัจจุบัน การศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ (Nature)