24 มกราคม 2566 “เตาเผาศพ” ภัยซ่อนเร้นก่อมลพิษ กระทบชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ที่มา : https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2608225

ทุกวันนี้ปัญหาเรื่อง “สิ่งแวดล้อม” ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกคนบนโลกล้วนได้รับ “ผลกระทบ” ไม่มากก็น้อย…

สำหรับเมืองไทย คนไทยเริ่มรู้จัก “มลพิษทางอากาศ” มากขึ้นเรื่อยๆ มีหลายหน่วยงาน กำกับดูแลในการแก้ปัญหา PM 2.5 ซึ่งแทบจะไม่ต้องอธิบายความกันแล้ว ว่ามันคืออะไร

ปัญหาหนึ่ง ที่เริ่มมีการพูดถึงกันมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็น “ภัยซ่อนเร้น” ที่บางครั้งก็ยากที่จะเอ่ย เนื่องจากเป็นเรื่อง “ละเอียดอ่อน” นั่นก็คือ “มลพิษ” จาก “เตาเผาศพ”

นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า ปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศ ที่เกิดจาก “เตาเผาศพ” มาจาก ตอนที่เผาศพ ก็มีวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมเผาไปด้วย เช่น ผ้าห่อศพ พลาสติกต่างๆ เช่น PVC โลงไม้ ดอกไม้จันทน์ ธูป เทียน เสื้อผ้า น้ำยาดองศพ หรือ ฟอร์มาลีน

“เมื่อมีการเผา ก็จะปล่อยเขม่าควัน ฝุ่นละอองต่างๆ รวมไปถึง PM 2.5 นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นเหม็น จากฟอร์มาลีน แก๊สไข่เน่า ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ขี้เถ้าคาร์บอนไดออกไซด์ และอื่นๆ”

ระดับเตาเผาศพ กับการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมลพิษ

นายสนธิ อธิบายว่า เตาเผาศพ นั้นแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ต่ำ พอใช้ ดี และดีมาก แต่ละระดับก็มีการควบคุมมลพิษแตกต่างกัน ตั้งแต่ไม่มีการควบคุมมลพิษใดเลย จนไปถึงการควบคุมมลพิษได้อย่างสมบูรณ์

ในเบื้องต้น ตัวเลขวัดทั่วประเทศที่มีเตาเผาศพนั้น ยังรวบรวมไม่ครบ แต่ในกรุงเทพฯ มีวัดทั้งสิ้น 456 แห่ง วัดที่มีการเผาศพ มีทั้งสิ้น 310 แห่ง เกือบทั้งหมด เป็นเตาเผาที่อยู่ในระดับดี ส่วนอีก 4 แห่ง ซึ่งเป็นวัดดังๆ จะเป็นเตาเผาระดับดีมาก

ทั้งนี้ เตาเผาศพ แต่ละระดับ มีความแตกต่างกัน ดังนี้

ระดับ 1 ต่ำสุด จะเป็นการเผาศพ 1 เตา โดยใช้ถ่าน ฟืน มีห้องเตาเผาเพียงห้องเดียว ไม่มีห้องควบคุมอุณหภูมิ ไม่มีการบันทึกข้อมูล ไม่มีระบบการเผาไอ และ ระบบควบคุมมลพิษทางอากาศ

ระดับ 2 พอใช้ ใช้น้ำมันเตา และดีเซล อุณหภูมิ ประมาณ 400-700 องศาเซลเซียส ไม่มีระบบป้องกันมลพิษทางอากาศ

ระดับ 3 ดี (3.0) มี 2 ห้องเผาไหม ใช้น้ำมันดีเซล หรือ ก๊าซ LPG ระบบใดระบบหนึ่ง ในห้องเผาแรก โดยมีอุณหภูมิ 700-900 องศาเซลเซียส ซึ่งมีการควบคุมการเผา จากนั้น ไอของห้องแรก ก็จะเข้าไปห้องที่สอง โดยมีหัวเผา เพื่อเติมอากาศและควบคุมการเผาไหม้ โดยมีอุณหภูมิ ไม่ต่ำกว่า 800 องศาฯ โดยมีการรักษาระดับอุณหภูมิ จนกว่าจะเผาไหม้เสร็จสิ้น ซึ่งการเผาไอดังกล่าว ใช้เวลาเพียง 1 วินาที โดยมีระบบบันทึกอุณหภูมิและควบคุมอัตโนมัติ หรือจะให้สัปเหร่อ ช่วยดูก็ได้ ซึ่งประเด็นของระดับนี้ คือ ยังไม่มีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศ

ระดับ 4 (4.0) จะมี 2 ห้องเผาไหม้ ใช้น้ำมันดีเซล ก๊าซ LPG หรือ เตาไฟฟ้า อุณหภูมิ ในห้องแรก 700-900 องศาเซลเซียส มีการควบคุมอากาศที่เพียงพอ เพื่อการเผาที่สมบูรณ์ พอเผาห้องนี้เสร็จ ไอ หรือ ควัน จะเข้าไปที่ห้องที่สอง โดยมีอุณหภูมิขั้นต่ำ มากกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ซึ่งใช้เวลาในการเผาห้องที่สอง 1 วินาที เช่นเดียวกัน แต่ที่สำคัญคือ มีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศที่ปลายปล่องด้วย