22 มกราคม 2564 ผลวิจัยพบลมสุริยะ มักพัดเข้าปะทะขั้วโลกเหนือมากกว่าขั้วโลกใต้

ที่มา: https://www.khaosod.co.th /around-the-world-news/news_5788007

เรารู้ว่าปรากฏการณ์แสงเหนือ (aurora borealis) และแสงใต้ (aurora australis) ที่งดงามจับตา เกิดจากอนุภาคมีประจุจากดวงอาทิตย์ หรือลมสุริยะพัดเข้าปะทะกับสนามแม่เหล็กโลกบริเวณขั้วทั้งสอง แต่ไม่มีใครทราบมาก่อนว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในอัตราที่ไม่เท่ากัน เนื่องจากลมสุริยะนั้นดูจะชื่นชอบขั้วโลกเหนือเป็นพิเศษยิ่งกว่าขั้วโลกใต้ องค์การอวกาศยุโรป (ESA) เผยผลวิจัยล่าสุด เรื่องที่มีการค้นพบเป็นครั้งแรกว่า อนุภาคพลังงานสูงในลมสุริยะที่พัดจากดวงอาทิตย์มายังโลก มีการกระจายตัวไปยังบริเวณขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้ในปริมาณที่ไม่เท่ากัน โดยอนุภาคมีประจุไฟฟ้าในลมสุริยะส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปยังขั้วโลกเหนือมากกว่า ทีมวิจัยนำโดยคณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ตีพิมพ์ผลงานดังกล่าวในวารสาร Nature Communications หลังรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากฝูงดาวเทียม Swarm ซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์สนามแม่เหล็กโลกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๑๓ ผลการศึกษาพบว่า ขั้วแม่เหล็กโลกทิศใต้ (Earth’s magnetic south pole) ซึ่งตั้งอยู่คนละที่กับขั้วโลกใต้ มีระยะห่างจากแกนหมุนของโลกมากกว่าขั้วแม่เหล็กโลกทิศเหนือ

สาเหตุดังกล่าวทำให้เกิดความแตกต่างในการสะท้อนคลื่นพลาสมาแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่เรียกว่าคลื่นอัลเฟน (Alfven wave) ซึ่งก็นำไปสู่ความแตกต่างในปฏิกิริยาตอบสนองต่อลมสุริยะ ระหว่างขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้ในที่สุด ความไม่สมมาตรทางแม่เหล็กไฟฟ้าของขั้วโลกทั้งสอง อาจหมายถึงว่าปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในบรรยากาศชั้นบนจะแตกต่างกันอย่างมหาศาลในสองจุดดังกล่าว และส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศบนพื้นโลกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ดวงอาทิตย์มีความเคลื่อนไหวหรือปลดปล่อยมวลโคโรนาออกมาอย่างรุนแรง ยังคงไม่มีความชัดเจนว่าภาวะไม่สมมาตรทางแม่เหล็กไฟฟ้านี้จะส่งผลกระทบอะไรได้อีกบ้าง จึงศึกษาเพิ่มเติม และเก็บข้อมูลด้วยดาวเทียมสังเกตการณ์ต่อไป

LinksLinks2