22 ธันวาคม 2563 ขวดพลาสติกจากพืช เทคโนโลยีวิถีใหม่ ลดปัญหาขยะ และภาวะโลกร้อน

ที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/1998965

พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ มีการวิจัยกันมาหลายปี แม้จะมีออกมาให้เห็นกันบ้าง แต่ก็ต้องยังถือว่าราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับพลาสติกทั่วไป แต่ในยุค 5G เราข้ามเลยพลาสติกชีวภาพกันไปแล้ว โดยโฟกัสไปถึงขวดพลาสติกจากพืช หรือ PEF (Polyethylene Furanoate) ที่กำลังเป็นเทรนด์โลกมาแรง ซึ่งถูกจัดให้เป็น ๑ ใน ๑๐ เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง (10 Technologies to Watch) ที่อาจมีผลกระทบต่อธุรกิจ และชีวิตหลังยุคโควิด-19 ในอีก ๓ – ๕ ปีข้างหน้า ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. เผยว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นปีละประมาณ ๒ ล้านตัน ในจำนวนนี้สามารถนำไปรีไซเคิลได้เพียง ๐.๕ ล้านตัน อีก ๑.๕ ล้านตัน ต้องกำจัดด้วยการเผาหรือฝังกลบ โดย ๐.๓ ล้านตัน เป็นขยะประเภทขวดพลาสติก และอีก ๑.๒ ล้านตัน เป็นประเภทถุงพลาสติก และซองบรรจุภัณฑ์ต่างๆ แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่ต่อไปจะมีวัสดุที่เรียกว่า PEF (Polyethylene Furanoate) ผลิตจากวัสดุชีวภาพหรือ biobased 100% ซึ่งสามารถลด carbon footprint ได้กว่าร้อยละ ๕๐ เมื่อเทียบกับการผลิตขวด PET จากปิโตรเคมี ทำให้คาดว่า PEF จะมาแทนที่พลาสติก PET ในอนาคต

คุณสมบัติเด่นของ PEF ที่เหนือกว่า PET คือ ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพ 100% มีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรง มีความเสถียรทางความร้อนสูง สามารถนำมารีไซเคิลได้ 100% ในระบบเดียวกับพลาสติกทั่วไป และยังมีสมบัติกันน้ำ และก๊าซผ่านเข้าออกได้ดีกว่าพลาสติกแบบเดิม ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จึงคาดว่า PEF จะเป็นโพลิเมอร์รุ่นต่อไปที่มีศักยภาพในการแทนที่พลาสติกแบบเก่า สวทช. โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือนาโนเทค กำลังเริ่มศึกษาเกี่ยวกับ PEF โดยมีความร่วมมือกับ Prof. Xiaoqing Liu นักวิจัยจาก Ningbo Institute of Materials Technology and Engineering ประเทศจีน ในการนำ PEF มาพัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ได้องค์ความรู้ที่จะนำมาสู่ต้นแบบกระบวนการผลิต PEF และผลิตภัณฑ์จาก PEF สำหรับถ่ายทอดสู่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้พลาสติกจากโพลิเมอร์ชีวภาพแทนพลาสติกจากปิโตรเลียม ซึ่งจะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก และลดภาวะโลกร้อน และยังถือเป็นการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน