2 เมษายน 2563 สำนักงานชลประทานที่ 6 บริหารจัดการน้ำเขื่อนลำปาวอย่างคุ้มค่า หมุนเวียนน้ำทำนาปรังให้เกษตรกรสองฝั่งลำน้ำชีตอนล่างได้อย่างเพียงพอ

ที่มา: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG200402101432460

นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว จ. กาฬสินธุ์ว่า ปัจจุบันเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำ 796 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่าง (ความจุอ่างฯ สูงสุด 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร ) มีน้ำใช้การได้ประมาณ 696 ล้านลูกบาศก์เมตร มีการระบายน้ำวันละประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน  ซึ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวประกาศหยุดส่งน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2562/63 พร้อมแจ้งแผนการส่งน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2563 โดยจะทยอยลดการส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 13 – 22 เม.ย. 63 จากนั้นจะปิดการส่งน้ำเข้าคลองชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าว และดำเนินการซ่อมแซม บำรุงรักษา ปรับปรุงคลอง และอาคารชลประทาน สำหรับเตรียมพร้อมให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และคาดว่าระเริ่มส่งน้ำในฤดูฝนได้ในช่วงเดือน ก.ค. 63 เป็นต้นไป

สำหรับเขื่อนลำปาวได้รับประโยชน์จากอิทธิพลของพายุโพดุลที่พาดผ่านเข้ามาในพื้นที่ภาคอีสานฝั่งตะวันออกในช่วงเดือน ก.ย. 62 ทำให้เกิดฝนตกหนักบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำลำปาว ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นถึง 1,742 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 88 ของความจุอ่างฯ ทำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว สามารถวางแผนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 62/63 ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะการทำนาปรังของเกษตรกรในพื้นที่ชลประทาน นอกจากนี้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ยังคงบริหารจัดการน้ำด้วยมาตรการใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า เพื่อให้มีปริมาณสำรองไว้ใช้ในอนาคต หากเกิดกรณีฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเหลือจากแผนฯ ที่วางไว้ ณ วันที่ 1 เม.ย. 63 มากถึง 124 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีปริมาณเพียงพอที่จะสามารถสูบน้ำย้อนกลับไปเติมหน้าเขื่อนวังยาง จ. กาฬสินธุ์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอุปโภคบริโภคให้กับการประปาทั้ง 39 แห่ง ในพื้นที่ จ. มหาสารคามอีกด้วย

นอกจากนี้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ยังได้บริหารจัดการน้ำที่เกษตรกรระบายออกมาจากแปลงนา เพื่อรอการเก็บเกี่ยวข้าว ด้วยการนำไปเก็บกักไว้บริเวณด้านเหนือของเขื่อนทดน้ำที่ตั้งอยู่ในแม่น้ำชีตอนล่าง อาทิ เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร และเขื่อนธาตุน้อย ส่งผลให้เขื่อนทั้ง 3 แห่งนี้ มีปริมาณน้ำเก็บกักบริเวณเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีการใช้น้ำทำการเกษตรแบบหมุนเวียนโดยการเหลื่อมเวลาเพาะปลูก ส่งผลให้มีความมั่นคงด้านน้ำในการอุปโภคบริโภคไปจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้เกษตรกรทั้ง 2 ฝั่งของลำน้ำชีตอนล่าง มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้

LinksLinks2