19 กรกฎาคม 2564 พบรอยโรค กระทิงกุยบุรี 2 ตัว สงสัยติดเชื่อลัมปี สกิน

ที่มา:

Slide 1

https://news.thaipbs.or.th/content/306196

Slide 1

นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ว่า มีสัตว์เลี้ยงป่วยสะสมทั้งหมด 3,260 ตัว สัตว์เลี้ยงหายป่วยสะสม 1,009 ตัว ตายสะสม 225 ตัว คงเหลือป่วยสะสม 2,026 ตัว ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานป่ายาง และหน่วยพิทักษ์ห้วยลึกสำรวจและสังเกตพฤติกรรม ติดตามถ่ายภาพกระทิง เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในสัตว์ป่า โดยบริเวณโป่งสลัดได พบกระทิง 46 ตัว บริเวณแปลงหญ้า พบกระทิง 67 ตัว นอกจากนี้ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สายตรวจลาดตระเวนชุดที่ 1 และชุดที่ 2 ลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ ไม่พบซากกระทิงตายเพิ่ม ผลจากการสำรวจพบกระทิง 2 ตัว ที่ต้องสงสัยว่า มีรอยโรคระบาดลัมปี สกิน แต่กระทิงทั้ง 2 ตัว ยังไม่แสดงอาการอ่อนแอ สามารถกินได้ตามปกติ เบื้องต้นส่งภาพให้สัตว์แพทย์ตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าใช่รอยโรค ลัมปี สกิน หรือไม่

นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ข้อมูลไว้ว่า ลัมปี สกิน ถือเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย พบเกิดในปศุสัตว์และสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์กีบ เช่น วัว ควาย และมีความเสี่ยงที่จะติดสู่สัตว์ป่า ได้แก่ กระทิง วัวแดง ควายป่า รวมไปถึงเก้ง กวาง เลียงผา ช้างป่า และอื่น ๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะยังไม่เคยมีข้อมูลรายงานมาก่อน โดยทั่วไปโรคนี้มีอัตราการป่วยอยู่ที่น้อยละ 5-45 อัตราการตายน้อยกว่าร้อยละ 10 ในพื้นที่การระบาดในปศุสัตว์รอบอุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีอัตราการป่วยที่ร้อยละ 19 อัตราการตายร้อยละ 1 ซึ่งปัจจัยที่สำคัญในการจัดการเพื่อลดอัตราดังกล่าว คือ การทำวัคซีนในกลุ่มที่ไม่ป่วย และรักษาให้รอดในกลุ่มที่ป่วย ซึ่งปศุสัตว์ทำได้ดี ถือเป็นมาตรการแรกที่สำคัญในการป้องกันการติดต่อสู่สัตว์ป่า เมื่อมองในจุดที่เป็นสัตว์ป่า ซึ่งมีพื้นที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ปศุสัตว์ โอกาสสัมผัสเชื้อโดยตรงมีโอกาสสูง หรือการสัมผัสใกล้ชิดกันของสัตว์ ติดจากน้ำลาย สารคัดหลั่ง และสะเก็ดแผล แต่ไม่มากเท่ากับตัวพาหะนำโรค คือ แมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวันดูดเลือด และยุง เป็นพาหะตัวกลางในการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งปัจจัยนี้เองถือเป็นเรื่องยากและท้าทายในการควบคุมและป้องกัน

กลยุทธ์ที่สำคัญในการตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคนี้ คือ จัดการในสัตว์ที่ควบคุมและเข้าถึงตัวได้ คือ สัตว์เลี้ยงของเกษตรกร ด้วยการทำวัคซีน และทำลายแหล่งที่อยู่ของแมลงนำโรคต่าง ๆ คือ ด้านสุขอนามัยในชุมชน หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์ งดการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วย ควบคู่กับการควบคุมป้องกันไม่ให้มีการใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างปศุสัตว์และสัตว์ป่า หน่วยหลักเป็นกรมปศุสัตว์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานปกครองท้องถิ่น การควบคุมโรคที่ตัวสัตว์ป่า เช่น การทำวัคซีน อาจมีข้อพิจารณาที่ต้องหาเหตุรองรับพอสมควร แต่การจัดทำระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อควบคุม ป้องกัน กำจัด และจำกัด โรคติดต่อระหว่างนอกป่า และในป่า จึงเป็นสิ่งที่ทำได้เลย ซึ่งเป็นมาตรการและแนวทางป้องกันที่จะได้ดำเนินการต่อไป เจ้าหน้าที่นำชิ้นเนื้อซากกระทิงตัวผู้ อายุ 15-20 ปี น้ำหนัก 1,200-1,300 กก. ที่นอนตายในลำห้วยบริเวณท้ายบ่อน้ำ 2 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ ผลพบว่า ติดเชื้อลัมปี สกิน