18 ธันวาคม 2562 แล้งหนัก! อ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง ‘บุรีรัมย์’ ผลิตประปาได้อีกไม่ถึง 100 วัน

ที่มา: https://www.naewna.com/local/460969

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด อ. เมืองบุรีรัมย์ จ. บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชน และเขตเศรษฐกิจสำคัญของตัวเมืองบุรีรัมย์ อยู่ในขั้นวิกฤติ จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เหลือน้ำเพียงกว่า 2.2 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากปริมาณความจุอ่างกว่า 26 ล้าน ลบ.ม. ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด เหลือน้ำกักเก็บกว่า 805,000 ลบ.ม. จากปริมาณความจุอ่าง 27 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งหากรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ปัจจุบันคงเหลือ 3.098 ล้าน ลบ.ม. อัตราการใช้น้ำดิบเฉลี่ยประมาณ 32,000 ลบ.ม./วัน ซึ่งคาดการณ์ใช้น้ำได้ประมาณ 96 วัน เนื่องจากโครงการชลประทานบุรีรัมย์ โดยโครงการสูบน้ำลำปลายมาศ ได้หยุดสูบน้ำมาเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. 2562 จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางชลประทานจึงติดประกาศรอบพื้นที่อ่าง ขอความร่วมมือเกษตรกรให้งดสูบน้ำในอ่าง เนื่องจากปริมาณน้ำดิบไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขาบุรีรัมย์ ได้ออกประกาศแจ้งผู้ใช้น้ำรับทราบ เรื่องลดการจ่ายน้ำเนื่องจากปริมาณน้ำในห้วยจระเข้มากและห้วยตลาดเหลือน้อย ด้วยเช่นกัน  ประกาศระบุว่า “จังหวัดบุรีรัมย์ ประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง เป็นระยะนาน ในปี 2562 ทำให้ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปา ของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ มีปริมาณคงเหลือน้อย ในปัจจุบันสถานการณ์น้ำในจังหวัดบุรีรัมย์ยังคงวิกฤติ ดังนั้นการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ จึงขอประกาศแผนในการจ่ายน้ำประปา เพื่อให้สามารถผลิตจ่ายน้ำประปาได้นานยิ่งขึ้น และลดความเดือดร้อนจากการขาดน้ำประปาอุปโภคบริโภคให้ได้มากที่สุด ตามมาตรการที่ 2 คือ ขยายระยะเวลาการลดแรงดันน้ำเพื่อลดการจ่ายน้ำลง จากเดิมเริ่มตั้งแต่ เวลา 21.00-05.00 น. ขยายออกเป็นเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-06.00 น. โดยการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ จะเริ่มดำเนินการขยายเวลาการจ่ายน้ำ ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เป็นต้นไป ดังนั้นขอให้ประชาชนทุกครัวเรือนจัดเตรียมภาชนะสำรองน้ำเก็บไว้ใช้ และขอให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำประปาอุปโภคบริโภคได้นานยิ่งขึ้น จนกว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่งจะเป็นปกติ หรือภาวะฝนทิ้งช่วงจะสิ้นสุดลง หรือได้แหล่งน้ำอื่นมาช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน จากการดำเนินมาตรการข้างต้น จะทำให้น้ำประปาไหลอ่อนลง หรือไหลเป็นบางเวลา และอาจมีความขุ่นหรือความเหนียวบ้างเป็นบางครั้ง เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่ง คงเหลือน้อย ทำให้น้ำดิบมีค่าความขุ่นสูงมาก การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ จำเป็นต้องเพิ่มสารเคมีสำหรับผลิตน้ำประปาให้ได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก ซึ่งหากบริเวณใดพบน้ำประปามีความขุ่นหรือเหนียว หรือท่อแตกรั่ว กรุณาแจ้งการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแก้ไขต่อไป