18 ธันวาคม 2562 นายกฯห่วงจุดความร้อน สั่งเข้มห้ามเผาซากวัชพืช กรมควบคุมมลพิษนำร่อง

ที่มา: https://www.naewna.com/local/460913

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) หรือ PM 2.5 กลับมาส่งผลกระทบกับประชาชนวงกว้างอีกครั้งว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำเต็มที่ ทุกกระทรวงกำลังเร่งรัดและขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ ซึ่งช่วงนี้ต้องระมัดระวัง เพราะเป็นช่วงของการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก ดังนั้นจึงมีการเผาวัชพืชเกิดขึ้น ก็ต้องหามาตรการนำวัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตรมาทำผลิตภัณฑ์อย่างอื่นให้มีมูลค่ามากขึ้น ก็ต้องขอร้องในการจุดไฟเพื่อการเพาะปลูก ซึ่งเกษตรกรก็มีปัญหาอย่างนี้ทุกปี ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน นายกฯกล่าวต่อว่า สำหรับการใช้รถขนส่งสาธารณะ รถเมล์ รถไฟฟ้า ทุกอย่างกำลังเริ่มดีขึ้น ตรงนี้ตนคิดว่าจะลดภาระการใช้รถส่วนตัวลงไปได้มากพอสมควร ดีกว่าไปติดบนพื้นผิวจราจร ซึ่งปัญหามี 2 ด้าน เพราะบางครอบครัวต้องส่งลูกหลานไปโรงเรียน ไปทำงาน จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว ซึ่งในส่วนของราชการได้รณรงค์ให้ใช้รถไฟฟ้า และรถสาธารณะ เรื่องนี้ไปบังคับมากไม่ได้ ในส่วนข้าราชการก็ต้องระมัดระวังเรื่องรถประจำตำแหน่งที่ติดเครื่องยนต์ไว้ ก็ต้องขอความร่วมมือ ถ้าไปบังคับกันมาก ก็คงไม่ใช่ ต้องเป็นทางเลือกของประชาชนเอง แต่รัฐบาลพยายามเสริมรถบริการสาธารณะให้มีคุณภาพมากขึ้น “ผมเน้นย้ำให้ระวังเรื่องจุดความร้อนหรือจุดฮอตสปอตในพื้นที่ที่สูงขึ้น ต้องหาวิธีแก้ปัญหาในพื้นที่ให้ได้ และต้องขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นอย่างนี้ทุกปี เราก็ต้องแก้ปัญหาเดิมและหามาตรการใหม่ไปดำเนินการ”นายกฯกล่าว

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า สถานการณ์ฝุ่น เป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดเดา แต่ปัจจัยสำคัญของการเกิดฝุ่น PM 2.5 มาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์ การสันดาปภายใน ดังนั้น จากนี้ไปจึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีเครื่องยนต์ หรือยานพาหนะ ขอให้ช่วยกันดูแล เพราะรถที่อายุมาก สมรรถนะในการทำงานของเครื่องยนต์ก็จะเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ และเกิด PM 2.5 ขึ้นมาได้ เพราะวันนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นรถควันดำ ควันขาวทำได้เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่มีอีกจำนวนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ จึงขึ้นอยู่กับจิตสำนึกแต่ละคน ต้องขอความร่วมมือประชาชนดูแลสมรรถนะเครื่องยนต์ให้ มีสภาพการใช้งานที่ดี นายวราวุธกล่าวต่อว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ปีนี้จะรุนแรงกว่าปีที่แล้วหรือไม่ คงต้องดูที่สภาพอากาศว่าเคลื่อนตัวอย่างไร หากลมแรง มีการเคลื่อนไหวของอากาศอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการหยุดนิ่ง PM 2.5 นั้นก็จะถ่ายเทไปเรื่อยๆ แต่หากไม่มีลม หรือมีแรงกดอากาศต่ำลงมาก็คงต้องดูสถานการณ์อีกทีว่า ปริมาณของ PM 2.5 เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน ตอนนี้ยังไม่มีสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าปีที่แล้ว เป็นการผลิต PM 2.5 จากการใช้งานเครื่องยนต์ตามปกติ แต่ต้องดูสภาพอากาศด้วยว่าจากนี้จะเป็นอย่างไร ต้องหารือกับกรมอุตุนิยมวิทยาอีกครั้งว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่ ทั้งนี้ การแก้ปัญหาสภาพเครื่องยนต์การตรวจจับฝุ่นควันดำในกทม.นั้นมีอยู่ แต่ยังมีเครื่องยนต์บางกลุ่มหลุดรอดไป จึงขอความร่วมมือประชาชนเจ้าของเครื่องยนต์ดูแลรักษาเครื่องยนต์ของตัวเอง

ขณะที่นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษกล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ระยะนี้ซึ่งมีอากาศหนาวเย็น สภาพความกดอากาศต่ำมีปริมาณฝุ่นละอองสะสม ทำให้เกิดปัญหาค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่เป็นเด็ก คนชรา และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอนามัย ทั้งนี้ เขม่าควันจากรถยนต์ เป็นต้นเหตุและแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 ที่ก่อให้เกิดปัญหามากที่สุดร้อยละ 72 กรมควบคุมมลพิษจึงรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนลดใช้รถยนต์ส่วนตัว หันมาใช้บริการรถสาธารณะทดแทน เพื่อบรรเทาปริมาณฝุ่นละออง ดังนั้น กรมควบคุมมลพิษ ตั้งแต่ระดับอธิบดี ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ทุกระดับร่วมใจกันเป็นหน่วยงานนำร่องงดใช้รถยนต์ส่วนตัวขับขี่มาทำงานทุกวันพุธ เริ่มวันที่ 18 ธันวาคม เป็นวันแรก และหันมาใช้บริการภาคขนส่งสาธารณะ หรือบริการรถไฟฟ้า เดินทางมาทำงานทดแทน เพื่อที่จะเป็นตัวอย่างของหน่วยงานผู้รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ในการลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากแหล่งกำเนิดยานยนต์ขนส่ง ซึ่งพนักงานกว่า 549 คน มีรถยนต์ 168 คัน พร้อมใจให้ความร่วมมือทำให้เป็นตัวอย่างในการลดปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ถึงแม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่ถ้ามีการรณรงค์ร่วมมือกันทุกภาคส่วน ขยายความร่วมมือ งดใช้รถยนต์โดยไม่จำเป็นจากองค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยอาจเลือกวันที่สะดวกวันไหนก็ได้ในสัปดาห์ จะทำให้สถานการณ์ค่าฝุ่นไม่รุนแรง ไม่เป็นปัญหาคุณภาพชีวิตะยะยาว “พรุ่งนี้ (18 ธันวาคม) ผมจะไม่นำรถยนต์ส่วนตัวออกมาใช้ทำงาน โดยจะออกจากบ้านช่วยเช้าโดยใช้บริการรถสาธารณะ และรถไฟฟ้าเดินทางมาที่กรมควบคุมมลพิษ เช่นเดียวกับพนักงานทุกคน”นายประลองกล่าว นอกจากนี้ภาครัฐวางแผนพัฒนามาตรฐานการระบายมลพิษจากรถยนต์ใหม่ให้เทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 ภายในปี 2564 และ 2565 และปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงที่เทียบเท่ายูโร 5 ให้แล้วเสร็จภายในปี 2566 และบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป อีกทั้งเร่งระบบคมนาคมขนส่งรถไฟฟ้าครอบคลุมเมืองหลัก พัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมให้มีมาตรฐานป้องกันมลพิษระดับสูง และไม่เผาเศษพืชเกษตร หรือวัสดุในที่โล่งทำให้ฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศลดน้อยลง

สำหรับการตรวจสอบคุณภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 45 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 26 – 65 มคก./ลบ.ม. โดยพบพื้นที่ค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานและอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 4 สถานี ได้แก่ ต. นครปฐม อ. เมืองนครปฐม จ. นครปฐม 65 มคก./ลบ.ม. ,ต. มหาชัย อ. เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร 57 มคก./ลบ.ม. ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน 53 มคก./ลบ.ม. และเขตหลักสี่ 52 มคก./ลบ.ม. ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามสถานการณ์ฝุ่นใกล้ชิด สำหรับพื้นที่อื่นๆ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดี 19 สถานี และระดับปานกลาง 22 สถานี