17 ธันวาคม 2563 “รถไฟไทย – จีน” ลุ้นคณะอนุกรรมการคุ้มครองมรดกโลกเคาะศึกษาแบบสถานีอยุธยา

ที่มา: https://mgronline.com /business/detail/9630000128548

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลุ้นมติคณะอนุกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกศึกษาผลกระทบมรดกโลก แบบสถานีอยุธยา”รถไฟไทย-จีน” ควบคู่ไปพร้อมก่อสร้าง หวังลงนามผู้รับจ้างอีก ๕ สัญญาเร่งรัดก่อสร้าง หวั่นรอศึกษาจบต้องเลื่อนเปิดหวูดหลุดแผนปี ๖๘ รฟท. เตรียมรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ ๑ ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) ระยะทาง ๒๕๓ กม. ช่วงภาชี – นครราชสีมา ซึ่งมีประเด็นแบบก่อสร้างสถานีอยุธยา นำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รฟท. หารือร่วมกับกรมศิลปากร และคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งได้ข้อสรุปในการใช้แบบก่อสร้างเดิมซึ่งผ่านรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม แล้ว ไม่มีการปรับแบบเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างสถาปัตยกรรมของพื้นที่รอบสถานีที่ได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก  แต่ทั้งนี้ คณะกรรมการมรดกโลกให้ รฟท. ศึกษาผลกระทบกรณีที่จะมีต่อโบราณสถานเพิ่มเติมในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า ใช้เวลาศึกษาประมาณ ๓ – ๔ เดือน เนื่องจากการศึกษาผลกระทบด้านมรดกโลกในการก่อสร้างโครงการรถไฟนั้น ยังไม่เคยมีการดำเนินการมาก่อน  ทำให้ยังมีความไม่ชัดเจน  เช่น ขั้นตอน และผู้มีอำนาจในการรับรองผลการศึกษา รวมถึงจะสามารถดำเนินการศึกษาเรื่องผลกระทบคู่ขนานไปกับการก่อสร้างได้หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้โครงการเกิดความล่าช้า เนื่องจากขณะนี้งานก่อสร้างจำนวน ๕ สัญญา วงเงินประมาณ ๔.๗ หมื่นล้านบาทที่อยู่ในเส้นทางช่วงบางซื่อ – ภาชีที่ได้ประมูลเสร็จแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงนามสัญญาได้ 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการเวนคืน และย้ายท่อก๊าซ ปตท. แนวเส้นทางช่วงดอนเมือง – รังสิตที่อาจจะทำให้การก่อสร้างมีความล่าช้าออกไปได้ อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก มีมติให้ รฟท. สามารถดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านมรดกโลกควบคู่ไปกับการก่อสร้างได้ จะช่วยทำให้แผนงานก่อสร้างเป็นไปตามแผนมากขึ้น สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมามีระยะทาง ๒๕๓ กม. โดยมีงานโยธาจำนวน ๑๔ สัญญา กรอบวงเงิน ๑๑๗,๙๑๔.๐๘ ล้านบาท แผนเปิดให้บริการในปี พ.ศ. ๒๕๖๘