16 เมษายน 2565 สวีเดนขยะตกค้างใกล้ศูนย์! ส่งเพียง 1% สู่หลุมฝังกลบ

ที่มา : https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9650000036232

ประเทศสวีเดน ขึ้นชื่อมานานด้านใช้พลังงานทางเลือกจากขยะ โดยเกือบครึ่งหนึ่งนำไปผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าให้แก่อาคารบ้านเรือนของประชาชน แต่ขณะเดียวกันประเทศส่วนใหญ่ในโลกกำลังประสบปัญหามลพิษ และก่อก๊าซเรือนกระจกจากการฝังกลบ

ตามรายงานของ International Solid Waste Association (ISWA) ร้อยละ 40 ของขยะทั่วโลกไปจบลงที่ทิ้งขยะแบบเปิดและไม่มีการควบคุม คือ หลุมฝังกลบซึ่งมีขีดจำกัด ปัจจุบันหลุมฝังกลบที่ใหญ่ที่สุด 38 แห่งจากทั้งหมด 50 แห่งเริ่มที่จะสร้างมลพิษต่อพื้นที่ทะเลและชายฝั่ง ในขณะที่ผู้คน 64 ล้านคนจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากหลุมเหล่านั้น ซึ่งมักมีปัญหาสุขภาพที่รุนแรง บางแห่งที่แย่สุดคือขยะที่ย่อยสลายได้ของหลุมฝังกลบทำให้เกิดก๊าซมีเทนที่ไปเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในชั้นบรรยากาศ

ขณะที่โลกกำลังหาวิธีลดขนาดภูเขาขยะ สวีเดนกลับเป็นประเทศที่ส่งขยะน้อยกว่าร้อยละ 1 ไปยังหลุมฝังกลบ โดยผลสำเร็จส่วนของสวีเดนในการลดขยะจากหลุมฝังกลบมาจากการให้เครดิตกับอัตราการรีไซเคิลที่สูง ระหว่างขยะมูลฝอยที่นำกลับมาใช้ใหม่กับอินทรียวัตถุที่หมักแล้ว ทำให้สวีเดนสามารถรีไซเคิลเกือบครึ่งหนึ่งของสิ่งที่ทิ้งไป

สิ่งที่ทำกับอีกครึ่งหนึ่งคือสิ่งที่ทำให้สวีเดนแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในโลก คือขยะที่ไม่ได้รีไซเคิลของสวีเดนเกือบทั้งหมดถูกเผาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและความร้อน ถึงแม้ว่าทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ แต่ก็ดีกว่าสำหรับสภาพอากาศในการส่งขยะไปยังหลุมฝังกลบ “การนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับการบำบัดและการใช้พลังงานในของเสียที่ตกค้างต่างๆ ซึ่งไม่สามารถรีไซเคิลได้ง่าย”

สวีเดนเป็นผู้ริเริ่มการนำขยะมาเป็นพลังงาน โดยเริ่มดำเนินการท่ามกลางการเติบโตของการสร้างบ้านหลังสงครามในช่วงปลายทศวรรษ 1940 บ้านใหม่เหล่านี้เชื่อมต่อกับเครือข่ายการให้ความร้อนในเขต ซึ่งสร้างความร้อนที่ตำแหน่งศูนย์กลางและสูบจ่ายไปยังบ้านแต่ละหลัง แทนที่จะให้บ้านแต่ละหลังมีหม้อไอน้ำของตัวเอง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะเป็นพลังงานจำนวนมากขึ้นซึ่งจ่ายพลังงานให้กับเครือข่ายการให้ความร้อนแบบเขต โดยมีการขยายครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1970 มาทุกวันนี้ สวีเดนมีโรงงานพลังงานขยะถึง 34 แห่ง ซึ่งจัดหาพลังงานความร้อนให้กับ 1,445,000 ครัวเรือน และไฟฟ้า 780,000 ครัวเรือน นับเป็นตัวเลขน่าทึ่งสำหรับประเทศที่มีประชากรเพียง 10 ล้านคน