16 พฤศจิกายน 2565 COP 27 ถก“Cold Chain” เพื่ออาหารมั่นคง ลดสูญเสียผลิตผลคนเกษตร

ที่มา : COP 27 ถก“Cold Chain” เพื่ออาหารมั่นคง ลดสูญเสียผลิตผลคนเกษตร (bangkokbiznews.com)

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 27 หรือ COP27 ที่กำลังมีขึ้นที่เมืองชาร์มเอลชีค ประเทศอียิปต์ ระหว่างวันที่ 6-18 พ.ย.2022นั้น หนึ่งในสาระสำคัญของการประชุมหัวข้อความมั่นคงด้านอาหารคือการพูดถึง รายงานเรื่อง “ห่วงโซ่ความเย็นของอาหาร”Cold Chain จัดทำโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ(UNEP) และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO)

“ภาครัฐจากหลายประเทศ ต่างทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติรวมถึงภาคอุตสาหกรรม ต่างก็มองว่า ถึงเวลาแล้วควรมีการลงทุนเพื่อความมั่นคงด้านอาหารอผ่านห่วงโซ่ความเย็นของอาหารอย่างยั่งยืน เพื่อลดความหิวโหย และปรับตัวเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง”

ที่ประชุมได้อ้างอิง จากรายงานฉบับดังกล่าวที่ชี้ว่า ปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไข เพราะ ประชากรโลกมากกว่า 3 พันล้านคนไม่มีความสามารถใช้จ่ายสำหรับอาหารที่จะมาบริโภคเพื่อสุขภาพได้ เพราะไม่มีความสามารถรักษาความสดใหม่ของอาหาร เช่น ตู้เย็น ทำให้ผลผลิตหรืออาหารที่ควรจะนำไปบริโภคนั้น ต้องเน่าเสียไป ราว 526 ล้านตัน หรือคิดาเป็น สัดส่วน 12% ของอาหารทั่วโลก

“ความสูญเสียที่กล่าวมานี้ หากทำให้ประเทศกำลังพัฒนามีโครงสร้างพื้นฐานด้านห่วงโซ่ความเย็นของอาหารเท่ากับประเทศพัฒนาแล้วก็จะหลีกเลี่ยงความสูญเสียจากการเน่าเสียของอาหารได้ถึง 144 ล้านตันในแต่ละปีได้ทีเดียว หากไม่ทำอะไร จะมีประชากรถึง 2 พันล้านคน เผชิญความขาดแคลนอาหารในปี 2050”

โดยรายงานชี้ว่า ตามกรอบการทำงานโดย UNEP ร่วมกับผู้นำด้านการรักษาความเย็น ประกอบด้วย UNEP OzonAction Programme, and the Climate and Clean Air Coalition ต่างชี้ว่า ประชาคมโลกต้องลงมือปฎิบัติต่อปัญหาโลกร้อนและวิกฤติอาหารทันที เพราะการให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนด้านอาหารผ่านห่วงโซ่ความเย็น จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งการชะลอการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างงาน การลดความยากจนและการสร้างความยืดหยุ่นได้

โดยในการประชุม COP27 ปีนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายผู้แทนเข้าร่วม เพื่อร่วมหารือแนวทางแก้ไขวิกฤตสำคัญนี้ รวมทั้งนำเสนอการดำเนินการของไทยตามความมุ่งมั่นที่ประกาศไว้ และได้พิสูจน์แล้วว่า ไทยยึดมั่นในพันธกรณีภายใต้ UNFCCC และความตกลงปารีส โดยไทยได้ส่ง NDC และยุทธศาสตร์ระยะยาวว่าด้วยการพัฒนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำที่สอดรับกับความมุ่งมั่นที่ประกาศไว้ที่ COP26 และคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่าที่กำหนดในบางประเด็น