15 กุมภาพันธ์ 2565 นักวิทยาศาสตร์ศึกษาผลจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่ 4

ที่มา: https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2315821

นับตั้งแต่การกำเนิดขึ้นของสัตว์ในยุคแรก ๆ โลกเผชิญกับเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ถึง 5 ครั้ง การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่มักได้ยินบ่อย ๆ ก็คือ ครั้งที่ 4 เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดยุคไทรแอสสิกเมื่อราว 201 ล้านปีก่อน ซึ่งสัตว์ทะเลและสัตว์บกหลายชนิดโดยเฉพาะสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มจระเข้ตัวใหญ่ได้สูญพันธุ์ไป ทว่าผลจากการที่สัตว์ถึงร้อยละ 60-70 ได้หายไป กลับเป็นผลให้ไดโนเสาร์ตัวเล็กสามารถเติบโตและเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์คิดว่า การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่ 4 เกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟใน Central Atlantic Magmatic Province ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคของหินภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างการปะทุ และการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ยังไม่ได้ถูกชี้แจง ล่าสุดทีมวิจัยนานาชาตินำโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโทโฮคุในญี่ปุ่น ที่วิเคราะห์โมเลกุลอินทรีย์ และปรอทของหินตะกอนจากทะเลที่พบในออสเตรียและอังกฤษ และสาธิตวิธีที่หินหนืดที่มีอุณหภูมิต่ำสามารถทำให้หินตะกอนอุ่นขึ้นอย่างช้า ๆ จนเกิดซัลเฟอร์ไดออกไซด์สูง และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้โลกเย็นลง

ทีมวิจัยเผยว่า การระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางวิวัฒนาการ โดยอุณหภูมิของภูเขาไฟที่ปะทุจะเป็นตัวกำหนดว่า อากาศเย็นหรืออุ่น และการวิจัยนี้คือ การค้นพบหลักฐานบ่งชี้ว่า อุณหภูมิที่ต่ำลงของภูเขาไฟ นำไปสู่การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่ 4 และทำให้สายพันธุ์ไดโนเสาร์เจริญเติบโตต่อมาในยุคจูราสสิก