13 พฤศจิกายน 2563 แม่น้ำในชั้นบรรยากาศเจาะรูยักษ์บนผืนน้ำแข็งมหาสมุทรแอนตาร์กติก

ที่มา:

https://www.bbc.com/thai/features-54919427

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า แม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในโลกนั้นไม่ได้อยู่บนพื้นแผ่นดิน แต่เป็นสายธารขนาดมหึมาบนท้องฟ้าที่เรามองไม่เห็น ซึ่งแวดวงวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า “แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ” (Atmospheric river) หรือกระแสไอน้ำที่ไหลเวียน และพัดพาเอาความชุ่มชื้นไป ทำให้เกิดพายุฝนในส่วนต่างๆ ของโลก ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ค้นพบบทบาทหน้าที่ใหม่ของแม่น้ำบนท้องฟ้าดังกล่าวในทางอุตุนิยมวิทยาแล้ว ซึ่งช่วยไขปริศนาที่มีมานานว่า เหตุใดผืนน้ำแข็งในมหาสมุทรแถบขั้วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาสมุทรแอนตาร์กติก จึงมักจะเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่มหึมาขึ้นในแทบทุกปี

ช่องโหว่ขนาดยักษ์กลางผืนน้ำแข็ง หรือ “โพลีเนีย” (Polynya) มีความกว้างหลายหมื่นไปจนถึงหลายแสนตารางกิโลเมตร ในบางครั้งพบว่ามีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าประเทศเนเธอร์แลนด์เสียอีก แต่การละลายของน้ำแข็งในรูปแบบประหลาดนี้มีมานานในบันทึกประวัติศาสตร์ และในบางปีก็ไม่เกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่ามันไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แม้ช่องโหว่โพลีเนียจะสามารถปิดตัวลงเองได้ตามฤดูกาล แต่ก็สามารถเกิดซ้ำในตำแหน่งเดิม ซึ่งก็พลอยมีส่วนทำให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงยิ่งขึ้นอีกด้วย เนื่องจากสูญเสียพื้นที่หิมะสีขาวช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์กลับคืนสู่ห้วงอวกาศ ในขณะที่ช่องโหว่ซึ่งเป็นผืนน้ำทะเลสีเข้มกลับดูดซับความร้อนเอาไว้มากขึ้น ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยคาลิฟาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances ระบุว่า ทีมผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลดาวเทียมเกี่ยวกับสภาพอากาศระหว่างเหตุการณ์โพลีเนียครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. ๑๙๗๓ และ ๒๐๑๗ ซึ่งเกิดขึ้นตรงผืนน้ำแข็งบริเวณทะเลเวดเดลล์ (Weddell Sea) และนอกชายฝั่งทวีปแอนตาร์กติกา

ผลวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า การไหลของกระแสไอน้ำ และความร้อนในท้องฟ้านั้นเดินทางไปไกลเกินคาด โดยในปี ค.ศ. ๒๐๑๗ แม่น้ำในชั้นบรรยากาศสายหนึ่งเคลื่อนจากชายฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาใต้ ลงต่ำไปยังอาณาเขตของทะเลเวดเดลล์ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง ๑๐ องศาเซลเซียสในเดือน ก.ย.ของปีนั้น ทั้งเกิดรูโหว่ขนาดยักษ์ขึ้นบนผืนน้ำแข็งในมหาสมุทรแอนตาร์กติกด้วย นอกจากทำให้อากาศร้อนขึ้นแล้ว แม่น้ำในชั้นบรรยากาศทำให้เกิดพายุไซโคลนได้บ่อยครั้งขึ้นและรุนแรงขึ้น เพราะมีการเพิ่มขึ้นของปริมาณไอน้ำอย่างมหาศาล โดยพายุนี้ทำให้เกิดคลื่นลมซัดผืนน้ำแข็งส่วนที่เริ่มละลาย และอ่อนตัวให้สลายไปกลายเป็นช่องโหว่

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ในระยะยาวว่า หากอัตราการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศยังคงไม่ลดลงอยู่เช่นนี้ ภาวะโลกร้อนที่ยิ่งย่ำแย่ลง ทำให้อัตราการเกิดแม่น้ำในชั้นบรรยากาศมีบ่อยครั้งขึ้นกว่าเดิมถึง ร้อยละ ๕๐ ทำให้ปรากฏการณ์โพลีเนียพบได้มากขึ้น และรุนแรงขึ้นตามไปด้วย

betgaranti giriş kolaybet giriş epoksi zemin kaplama fiyatları maksibet youwin epoksi boya youwin giriş mobil ödeme ile bahis bedava bonus betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi güvenilir bahis siteleri amqsports.com bettingforward.com likit diyarbakirescort.com türk porno çankaya escort eryaman escort istanbul escort mersin escort bayan beylikdüzü escort alaçatı escort istanbul escort