12 พฤษภาคม 2565 ลุงป้อมปลื้มทรัพยากรทางทะเล และป่าชายเลนสมบูรณ์ขึ้น ขอประชาชนร่วมมือดูแลให้ยั่งยืน

ที่มา: https://news.ch7.com/detail/569089

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ (กทช.) ครั้งที่ 1/2565 โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นรองประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ป.ทส.) และนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เป็นกรรมการและเลขานุการ ตลอดจนคณะกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ณ มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ขณะนี้ กทช.ออกกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่ป่าชายเลนใน จ.ตราด สตูล และภูเก็ต ให้เป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ เพื่อรักษาพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ รวมถึงกฎกระทรวงกำหนดเขตพื้นที่ใช้มาตรการในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจำนวน 7 พื้นที่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา กระบี่ และตรัง ซึ่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีความสำคัญ และจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่ต้องประกาศบังคับใช้

อย่างไรก็ตาม กฎกระทรวงดังกล่าวผ่านการระดมความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการ และแนวทางเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรที่เป็นสมบัติของทุกคน ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการหารือกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก่อนจะประกาศบังคับใช้ต่อไป ซึ่งตนเน้นย้ำเสมอถึงบทบาทของพี่น้องประชาชนในการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เพื่อลดความขัดแย้ง และเกิดความยั่งยืนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนต่างให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างดี ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมขับเคลื่อน เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรประเทศอันเป็นสมบัติของมนุษยชาติ ทั้งนี้ รัฐบาลและคณะกรรมการฯ ยังต้องเร่งรัดอีกหลายเรื่องเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ยั่งยืน ซึ่งตนได้กำชับกับนายวราวุธ ศิลปอาชา ให้กำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะโครงการที่กำกับในระดับนโยบาย ขอให้เสนอคณะกรรมการฯ และขอให้ผ่านความเห็นจากพี่น้องประชาชนด้วย อีกทั้งต้องสะท้อนยุทธศาสตร์ชาติ และเป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายสูงสุด คือ ความสุขของประชาชนและความคงอยู่อย่างยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งนี้ นอกจากพิจารณาเรื่องสำคัญต่าง ๆ แล้ว ยังติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศให้บริเวณเกาะโลซิน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2565 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 นับเป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลแห่งที่ 2 ความคืบหน้าโครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมจำนวน 7 ขาแท่น ไปจัดวางเป็นปะการังเทียมเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล บริเวณเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งหลังจากจัดวางเป็นเวลา 1 ปี พบว่า มีการฟื้นตัว และเข้ามาอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีโครงการสำคัญใหม่ ๆ เช่น โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายดำเนินโครงการฯ จำนวน 44,891.20 ไร่ มีองค์กร/บุคคลภายนอกที่ขอเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 17 ราย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติให้ยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต พ.ศ. 2565 ต่อไป นอกจากนี้ ทส. อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับพี่น้องประชาชนทุกคนให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาคนไทยและนานาชาติ ซึ่งตนจะได้เข้าร่วมการประชุม UN Ocean Conference 2022 ณ เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. 2565