11 พฤษภาคม 2563 กรมป่าไม้เชิญชวน “ปลูกป่าประชาอาสา” ฟื้นฟูป่าภาคเหนือ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_4105886

นางนันทนา บุณยานันต์ โฆษกกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้เตรียมวางแผนฟื้นฟูป่าภาคเหนือที่ถูกไฟไหม้ รวมถึงการเชิญชวนให้ประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมกันปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศ โดยเชิญชวนให้ประชาชนเริ่มปลูกตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. 63 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ นับเป็นช่วงต้นฤดูฝนมีความเหมาะสมกับการปลูกป่า ต้นไม้มีโอกาสรอดตายสูง

ในปี 63 กรมป่าไม้มีแผนการเพาะชำกล้าไม้สำหรับแจกให้ประชาชนปลูกทั่วประเทศ จำนวน 79 ล้านกล้า โดยในช่วงเดือนพ.ค. นี้ นี้มีกล้าไม้พร้อมแจกทั่วประเทศ จำนวน 10 ล้านกล้า และการปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าภาคเหนือที่ถูกไฟไหม้เป็นการ “ปลูกป่าประชาอาสา” ซึ่งมิได้ใช้งบประมาณปกติสำหรับการปลูกป่าแต่อย่างใด “การปลูกป่าประชาอาสา” ในครั้งนี้มิได้คำนึงเพียง มุ่งจะเพิ่มพื้นที่ป่าเท่านั้น แต่การที่ประชาชนในพื้นที่มามีส่วนร่วมปลูกป่า จะเกิดความรักและหวงแหนต้นไม้ที่ตนเองปลูก และร่วมกันดูแลรักษา ตลอดจนจะได้รับประโยชน์จากป่าที่ปลูก

ดังนั้น กรมป่าไม้ได้กำหนดตามหลักวิชาการให้มีการปลูกต้นไม้ 2 กลุ่ม คือชนิดไม้ท้องถิ่นเป็นไม้โครงสร้าง หรือชนิดไม้ที่เคยขึ้นอยู่เดิมในแต่ละพื้นที่ที่เป็นไม้เบิกนำโตเร็ว และชนิดไม้ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ หมายถึง ชนิดไม้ยืนต้น ไม้ขนาดกลาง หรือไม้พุ่ม รวมถึงไม้ไผ่ที่ชุมชนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในครัวเรือนด้านบริโภค ไม้ใช้สอย ไม้พลังงาน (กิ่ง ก้าน ไม่ตัดต้น) และสมุนไพรโดยให้พิจารณาคัดเลือกชนิดให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่และตรงตามความต้องการของชุมชน

สำหรับการจัดกิจกรรมปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ถูกไฟไหม้ของจังหวัดเชียงใหม่ ทางจังหวัดมอบหมายให้นายอำเภอ เป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันปลูกป่าประชาอาสา

โดยกำหนดวันดีเดย์ เริ่มปลูกในวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 การจัดกิจกรรมปลูกป่าในครั้งนี้ภายใต้ “โครงการรวมใจไทยปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว จังหวัดเชียงใหม่”

โดยในส่วนของกรมป่าไม้เตรียมกล้าไม้สนับสนุนการปลูกป่าประชาอาสาจังหวัดเชียงใหม่จำนวนล้านกล้า การปลูกป่าประชาอาสาในพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้ รูปแบบการปลูกจึงเป็นการปลูกเสริมตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยมุ่งเน้นในพื้นที่ที่ถูกทำลายหรือเสียหายจากไฟป่าอย่างรุนแรง นอกจากนี้การเข้าไปปลูกเสริมป่าโดยวิธีประชาอาสาตามโครงการนี้ เป็นการรณรงค์ สร้างจิตสำนึก สร้างความรู้สึกการเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยที่ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากพรรณไม้โดยไม่ต้องตัดต้นไม้ จะเป็นแนวทางในการป้องกันรักษาป่าอย่างยั่งยืนอีกด้วย