10 พฤษภาคม 2565 รมว.ทส. ขอให้ทุกคนช่วยกันปกป้องและรักษาป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์ เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดก๊าซเรือนกระจก โดยประเทศไทยเพิ่มผืนป่าชายเลนได้กว่า 200,000 ไร่

ที่มา:

https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220510101416672

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวว่า เนื่องในวันป่าชายเลนแห่งชาติประจำปี 2565 ตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญเรื่องป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง ด้วยน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญกับระบบนิเวศป่าชายเลนของประเทศไทยอย่างมาก เพราะมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศของพื้นที่ชายฝั่งทะเลและอ่าวไทย ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและอนุบาลสัตว์น้ำ การพึ่งพิงและใช้ประโยชน์บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนอย่างกว้างขวาง สร้างรายได้ และสร้างอาชีพให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยปีนี้เน้นแนวคิด “ป่าชายเลนมีค่าต่อชีวิต สร้างคาร์บอนเครดิต ลดวิกฤติโลกร้อน” เพราะป่าชายเลนเป็นอีกหนึ่งแหล่งสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกินกว่า 2 องศาเซลเซียส สาเหตุของโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งสำคัญบทบาทของป่าชายเลนช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ โดยเฉพาะการป้องกันพื้นที่ชายฝั่งทะเลจากคลื่นลม และการกัดเซาะชายฝั่ง รวมทั้งเป็นแหล่งดูดซับก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่สำคัญจึงขอให้ทุกคนร่วมกันปกป้อง และรักษาไม่ให้ถูกบุกรุกเพิ่มอีก เนื่องจากปัจจุบันประชาคมโลกเน้นการลดก๊าซเรือนกระจกสาเหตุของปัญหาโลกร้อน โดยประเทศไทยประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนพร้อมยกระดับการแก้ปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่ทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2593 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2608 ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร

การบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนที่ผ่านมารัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนในทุกมิติ ทั้งการคุ้มครอง อนุรักษ์ และฟื้นฟูให้คงความสมบูรณ์ เพิ่มพูนความหลากหลายทางชีวภาพ ครอบคลุมกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ป่าชายเลนของไทยเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 200,000 ไร่ เมื่อรวมทั้งประเทศมีผืนป่าชายเลนสมบูรณ์แล้วกว่า 1.73 ล้านไร่ ถือเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนภาคป่าไม้สำคัญของไทยในอนาคต