10 กุมภาพันธ์ 2563 น้ำโขงสีครามซ้ำ! ชี้เขื่อนจีนกักระบบนิเวศทรุด ต้นไคร้ตาย-ไกสั้น

ที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9630000013462

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่า เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจเกาะแก่งแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนไทย-ลาว ด้านเชียงรายตรงข้ามแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว พบว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาระบบนิเวศมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก

ที่ชัดเจนมากที่สุดคือ ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 น้ำในแม่น้ำโขงมีลักษณะใส มองเห็นท้องน้ำอย่างชัดเจน และเมื่อมองจากที่สูงในตอนกลางวันจะเห็นเป็นสีเขียวคราม โดยผู้สูงอายุหลายราย อาทิ นายรุณ คนขับเรือโดยสารในแม่น้ำโขง วัย 86 ปี บอกตรงกับอีกหลายเสียงว่า เกิดมาไม่เคยเห็นน้ำโขงใสขนาดนี้ และเพิ่งเกิดขึ้นที่ อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา

ประธานกลุ่มอนุรักษ์ฯ กล่าวว่า น้ำโขงใส น่าจะมีสาเหตุจากตะกอนถูกกักเก็บในแม่น้ำโขงเขื่อนตอนบนในมณฑลยูนนานนับ 11 เขื่อนเป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี นอกจากนี้ ในฤดูฝนปีที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำโขงไม่ได้เพิ่มสูงตามฤดูกาล จึงไม่มีน้ำท่วมหลากสองฝั่งตลิ่ง ลำน้ำสาขา และพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้ตะกอนแร่ธาตุตามริมฝั่งไม่ได้ถูดพัดพาตามระบบธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังพบ ไก หรือสาหร่ายแม่น้ำโขง มีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด จากปกติตามธรรมชาติแล้ว “ไก” จะเกิดตามหาดหินและเกาะแก่งในช่วงฤดูแล้ง เมื่อแม่น้ำโขงใสสะอาด ไกจะขึ้นเป็นเส้นยาว ในอดีตนั้นชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงทั้งฝั่งไทยและลาวต่างพากันมาเก็บไกนำไปขายสดและแปรรูป สร้างรายได้ในช่วง 3 เดือนของฤดูแล้ง แต่จากการสำรวจในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ไก ที่เกิดในแม่น้ำโขงมีลักษณะไม่สมบูรณ์ ออกเป็นกระจุกสั้นๆ ไม่ยาวเหมือนปีก่อนๆ

“จากการลงพื้นที่หาดหินในแม่น้ำโขง ได้พูดคุยกับคนเก็บไก ที่ขับเรือมาจากบ้านดอน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต่างก็พูดตรงกันว่า ปีนี้ไกมีลักษณะแปลกไปจากทุกปี นอกจากมีเส้นสั้นผิดจากธรรมชาติที่เคยเกิด ยังเป็นกระจุกแล้วยังมีสีสนิม ไม่สะอาด ถือว่าผิดปกติมากแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน คาดว่าเป็นเพราะไม่มีแร่ธาตุ อาหารของไกคือตะกอนที่พัดมาตามน้ำหลากและตกอยู่ตามแก่งหิน ตามท้องน้ำ และหาดหินต่างๆ เนื่องจากหน้าฝนปีที่ผ่านมากลับไม่มีน้ำหลากตามธรรมชาติ จึงอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไกไม่สมบูรณ์” นายนิวัฒน์กล่าว

ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เขื่อนทางตอนบนในจีน และเขื่อนตอนล่างจะต้องใช้งานโดยคำนึงถึงระดับน้ำตามฤดูกาลของแม่น้ำโขง ต้องระบายน้ำให้เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งวงจรน้ำขึ้น-น้ำลงในรอบปีเป็นปัจจัยสำคัญของระบบนิเวศแม่น้ำโขง ที่เอื้อให้เกิดการหลากของตะกอนแร่ธาตุที่พัดไปกับแม่น้ำ เป็นอาหารของปลา เป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีมูลค่ามหาศาลต่อพืชพรรณต่างๆ รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ตลอดลุ่มน้ำลงไปถึงดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เวียดนาม

นายจีระศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานสถาบันองค์ความรู้ท้องถิ่นโฮงเฮียนแม่น้ำของ กล่าวว่า นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงปีเดียว ที่น่าเป็นห่วงคือ สิ่งนี้อาจจะซ้ำเติมผลกระทบต่อนิเวศและชุมชนริมสายน้ำโขงทางภาคอีสานที่อยู่ท้ายน้ำเขื่อนไชยะบุรี

จากการสำรวจเกาะแก่งแม่น้ำโขงล่าสุด พบว่า ต้นไคร้หางนาค ที่เป็นพืชท้องถิ่นขึ้นอยู่บนแก่งหินตลอดสองฝั่งและบนเกาะกลางแม่น้ำโขง พบว่าต้นไคร้ตายเป็นจำนวนมาก ถือเป็นวิกฤตของต้นไคร้หางนาค ที่โดยปกติแล้วในฤดูแล้งเมื่อแม่น้ำโขงลดระดับจะผลิใบงอกงาม แต่ที่ตายกันมากในเวลานี้เนื่องจากความผันผวนของแม่น้ำโขงที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งไคร้หางนาคนี้คืออาหารที่สำคัญของปลาแม่น้ำโขงที่อพยพมาในฤดูน้ำหลาก

ตัวแทนโฮงเฮียนแม่น้ำของกล่าวว่า ต้นกำเนิดของแม่น้ำโขงมาจากหิมะละลายในเขตทิเบต เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย น้ำในแม่น้ำโขงตอนบนที่พรมแดนไทย-ลาว-พม่า สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะที่ต้นน้ำแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง แต่เมื่อมีเขื่อนขนาดใหญ่กว่า 11 เขื่อนสร้างกั้นแม่น้ำโขงทางตอนบน ทำให้ท้ายน้ำเกิดผลกระทบอย่างชัดเจน

“แม่น้ำโขงในแถบนี้ ในปีนี้ เดือนนี้ เราพบว่าน้ำใสที่สุดในรอบชีวิตของคนลูกน้ำโขงที่เกิดมาพบเจอ แต่ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานว่าพบแม่น้ำโขงสีครามที่ภาคอีสาน ทางท้ายน้ำเขื่อนไชยะบุรี ตั้งแต่ปลายปี 2562 มาแล้ว”