1 มีนาคม 2563 กรมชลประทานคุมเข้มแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 6 เดือน พร้อมผันน้ำจากจันทบุรีเติมพื้นที่อีอีซี

ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/58552

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า  กรมชลประทานได้มีการบริหารจัดการน้ำเพื่อดูแลประชาชนป้องกันการขาดแคลนน้ำในภูมิภาคช่วงฤดูแล้งทั่วประเทศตามข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยในส่วนภาคตะวันออกและพื้นที่โครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีความกังวลนั้นในฤดูแล้งของพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จะใช้น้ำประมาณ 540 ล้านบาศก์เมตร (ลบ.ม.)  โดยเฉพาะจังหวัดระยอง และ ชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และสวนผลไม้ จะใช้น้ำประมาณ 430 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) แต่ปีนี้มีน้ำในอ่างเก็บน้ำในทั้ง 2 จังหวัด ประมาณ 390 ล้านลบ.ม. ยังขาดอีกประมาณ 40 ล้านลบ.ม. เนื่องจากปริมาณฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จึงต้องจัดหาปริมาณน้ำส่วนที่ขาดและสำรองเพื่อกรณีฝนทิ้งช่วงถึง ก.ค. กรมชลประทานจึงได้บริหารน้ำผ่านโครงข่ายน้ำภาคตะวันออก ซึ่งยืนยันว่าจะมีน้ำอุปโภค- บริโภคเพียงพออย่างแน่นอน

ดร.ทองเปลว ระบุว่า ขอเรียนว่าน้ำในภาคตะวันออกไม่ได้เหลือใช้ 80 กว่าวันอย่างที่มีการนำตัวเลขมาหารกัน กรมคงไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น ทั้งหมดมีการบริหารจัดการ เช่น จะผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองประแกด จ.จันทบุรี ระหว่างวันที่ 1-25  มี.ค. 2563 มาเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง ซึ่งเป็นอ่างหลักที่ใช้ในพื้นที่อีอีซี และได้มีการทำข้อตกลงระหว่างกรมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำคลองวังโตนดแล้ว  เนื่องจากเป็นการผันน้ำข้ามลุ่มตามกฎหมายใหม่ เป้าหมาย  10 ล้าน ลบ.ม. โดยอ่างคลองประแกดมีปริมาณน้ำ 40 ล้านลบ.ม. แต่มีความต้องการใช้ในพื้นที่ประมาณ 15 ล้านลบ.ม. จึงไม่กระทบต่อพื้นที่ อย่างไรก็ตามหากมีผลกระทบจะหยุดผันน้ำทันที และผันจากอ่างคลองหลวงรัชชโลธร 10 ล้านลบ.ม. มาเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ นอกจากนั้นที่ประชุมคีย์แมนวอร์รูมซึ่งมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารน้ำภาคตะวันออก ได้ขอความร่วมมือให้ภาคอุตสาหกรรม และการประปาทุกสาขา ลดการใช้น้ำลงกว่า 10 % และในส่วนของบริษัท อีสวอเตอร์ ซึ่งเป็นเอกชนที่ผลิตน้ำป้อนภาคอุตสาหกรรมให้ปรับปรุงระบบจ่ายน้ำ และจัดหาแหล่งน้ำดิบสำรองประมาณ  20 ล้านลบ.ม. 

ด้านการจัดสรรน้ำตามแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง 2562/63 มีแผนการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ 17,699 ล้านลบ.ม. (1 พ.ย.62-30 เม.ย.  63)  จัดสรรแล้ว 10,996  ล้านลบ.ม. หรือ  62% ในลุ่มเจ้าพระยาแผนจัดสรร 4,500 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันจัดสรรแล้ว 3,043 ล้านลบ.ม. หรือ  68%  ณ ปัจจุบันการบริหารจัดการยังเป็นไปตามแผน และกรมยังได้สำรองน้ำกรณีฝนทิ้งช่วงไว้ถึงเดือน ก.ค. 63 เพื่อเป็นหลักประกันว่าคนไทยจะไม่ขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคอย่างแน่นอน.