1 กุมภาพันธ์ 2565 การวิจัยฟอสซิลเปลือกหอย ไขเคมีในมหาสมุทรโบราณ

ที่มา:

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2302622

การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อราว 252 ล้านปีก่อนในปลายยุคเพอร์เมียน (Permian) ได้กวาดล้างสิ่งมีชีวิตกว่าร้อยละ 90 สูญพันธุ์ไปจากโลก การสูญพันธุ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟขนาดใหญ่ในดินแดนที่ปัจจุบันคือไซบีเรีย ได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศในชั่วเวลาอันสั้น ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็ว เมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศสูงมากขึ้น มหาสมุทรก็จะดูดซับก๊าซบางส่วน ก่อภาวะเป็นกรดตามมา ทว่าก็ยังไม่อาจสรุปได้ว่า สภาวการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างเหตุการณ์สูญพันธุ์ยุคเพอร์เมียนหรือไม่ มีการวิจัยก่อนหน้านี้บางฉบับแสดงการวิเคราะห์ทางเคมีของหินและชี้ว่า ทะเลของโลกเป็นกรดในช่วงเวลานั้น ทว่าหลักฐานทางธรณีเคมีอื่น ๆ ชี้ให้เห็นตรงกันข้าม ทีมวิจัยนำโดยวิลเลียม ฟอสเตอร์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮัมบูร์กในเยอรมนี เผยถึงการวิจัยฟอสซิลเปลือกหอยมากกว่า 2,300 ชิ้นของหอยทากทะเลและหอยกาบคู่ด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่เชื่อว่า จะให้มุมมองที่ละเอียดยิ่งขึ้น เพราะซากเปลือกหอยจะจับสถานะทางเคมีของมหาสมุทรได้เร็ว หลังเกิดการสูญพันธุ์จากบนลงล่าง ไม่ใช่แค่บริเวณที่ตะกอนตกลงมา ทีมพบว่า แม้เปลือกหอยจำนวนหนึ่งจะมีหลักฐานการลดความเจริญเติบโต แต่ก็ไม่มีร่องรอยรูพรุนที่บ่งบอกว่า หอยอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดรุนแรงในน้ำ ผิวดิน หรือบนพื้นทะเล การวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า ฟอสซิลเปลือกหอยได้เปิดประตูสู่การวิจัยที่กว้างขวางยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสภาพเคมีในมหาสมุทรเมื่อครั้งอดีตของโลก และความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางภูมิอากาศ