“แก่งกระจาน” กว่าจะเป็นพื้นที่มรดกโลกแห่งใหม่

คณะกรรมการมรดกโลกประกาศให้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งประกอบด้วย พื้นที่จากล่างสุดของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี (พื้นที่ 969 ตร.กม.) ในเขตอำเภอกุยบุรี และอำเภอหัวหิน แล้วต่อเชื่อมต่อกับ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ครอบคลุมพื้นที่มาตั้งแต่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ,อ.แก่งกระจาน และ อ.หนองหญ้าปล้อง ของ จ.เพชรบุรี ,เขต อ.บ้านคา จ.ราชบุรี และส่วนต่อเชื่อมระหว่าง อ.บ้านคา และ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จจากความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน พยายามรวบรวมข้อมูล หลักฐานทางวิชาการ ที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่นี้ เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีชนิดพันธุ์สัตว์และพืชป่าเฉพาะถิ่นที่หายาก มีคุณค่าโดดเด่นและเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการอนุรักษ์ในระดับโลก

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานกลางอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการคุ้มครอง ป้องกัน และอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก และมีส่วนสำคัญในการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อผลักดันการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางธรรมชาติ พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นมรดกโลกตามขั้นตอนการขึ้นทะเบียน เริ่มจากบรรจุพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ไว้ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นหรือ Tentative list เพื่อเสนอชื่อขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก จัดทำเป็นแฟ้มข้อมูล (Nomination File) เพื่อยื่นต่อศูนย์มรดกโลก ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและพิจารณา

ทั้งนี้ ได้นำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อให้กรรมการมรดกโลกเห็นว่าพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่ใกล้สูญพันธุ์และมีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก รวมไปถึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรีและแม่น้ำภาชี เป็นป่าผืนใหญ่ที่มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ทั้งป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง มีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่หรือราว 4,089 ตารางกิโลเมตร มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่มากกว่า 200 กิโลเมตร

ข้อมูลที่นำเสนอ สอดคล้องกับเกณฑ์ข้อที่ 10 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายาก หรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตราย แต่ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้ระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ เป็นพื้นที่ที่พบชนิดพันธุ์สัตว์ 720 ชนิด ตามบัญชี IUCN Red List  โดยในจำนวนดังกล่าวมีสัตว์ที่มีสถานภาพเสี่ยงสูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered Species, CR) จำนวน 4 ชนิด ประกอบด้วย จระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ Siamese crocodile  ลิ่นชวา เต่าเหลือง และเต่าหก นอกจากนั้น ยังมีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species, EN) 8 ชนิด ประกอบด้วย ช้าง สมเสร็จ เสือโคร่ง ชะนีมือขาว ละมั่ง วัวแดง หมาใน เนื้อทราย สัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable Species, VU) 23 ชนิด เช่น เลียงผา กระทิง นกเงือกกรามช้าง หมีขอ นากใหญ่ขนเรียบ ฯลฯ และ ชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม และมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Near Threatened Species, NT)  25  ชนิด เช่น แมวลายหินอ่อน เสือไฟ ค่างแว่นถิ่นใต้ ค่างหงอก ค่างดำ ฯลฯ

หลักฐานจากพื้นที่ ระบุชัดว่า แม่น้ำเพชรบุรี เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของจระเข้น้ำจืด (Siamese Crocodile) ซึ่งภาพจากกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าที่บันทึกได้เมื่อวันที่ 23 มกราคม ปี พ.ศ.2564 เป็นหลักฐานยืนยันสถานภาพความสมบูรณ์ของแหล่งธรรมชาติโดยที่ผ่านมาไม่เคยมีการตรวจพบภาพจระเข้มานานกว่า 5-6 ปี รวมถึงมีหลักฐานว่ามีประชากรเสือโคร่งและช้างป่าเพิ่มขึ้น

กว่า 16 ปี หรือตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2548 ที่ประเทศไทยมุ่งมั่นผลักดันพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน และเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยมีการนำเสนอมาแล้วถึง 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2562 และประสบความสำเร็จจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44 ในปี 2564 นี้ โดยการได้รับการขึ้นทะเบียน นับเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาวิจัยในระดับสากล ยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้เป็นพื้นที่มรดกโลกแห่งใหม่ที่เป็นประโยชน์อย่างหลากหลายและยั่งยืนทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก

จัดทำและเผยแพร่โดย

กลุ่มงานอำนวยการและประชาสัมพันธ์ / สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

LinksLinks2