สผ.ชี้แจงกรณีการขึ้นทะเบียนมรดกโลก กลุ่มป่าแก่งกระจาน ตามหลักเกณฑ์ข้อที่10

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขอชี้แจงประเด็นกรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเรื่อง ข้อเรียกร้องชนเผ่าพื้นเมือง
จากกรณีกลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เนื่องจากเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) ออกแถลงการณ์ต่อกรณีกลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ระบุว่าการขึ้นทะเบียนสมบัติของประเทศเป็นมรดกโลกนั้นล้วนเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจของคนไทย แต่ทางเครือข่ายฯ มิอาจร่วมแสดงความยินดีได้ เนื่องจากไม่มีการขอฉันทามติและการยินยอมจากชุมชน สะท้อนว่ามีการละเลย และไม่คำนึงถึงสิทธิของชุมชนดั้งเดิมที่อยู่อาศัยมาก่อนการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินการ ดังนี้ ให้เร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินอย่างจริงจังสอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตตามจารีตประเพณีของชาวกะเหรี่ยง ยกฟ้องดำเนินคดีกับชาวบ้านบางกลอยในข้อหาบุกรุกและทำลายป่า เพราะเป็นการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพตามแนววิถีปฏิบัติ รับฟังความคิดเห็นและเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในกรบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก เป็นต้น

โดยในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการดำเนินการในเรื่องที่ดินทำกินมาอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในการดำเนินงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่รับผิดชอบ ในฐานะหน่วยประสานงานกลางของอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ขอชี้แจง ดังนี้

– พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่สำคัญ  ประกอบด้วยพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๔ พื้นที่  ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี  อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  อุทยานแห่งชาติกุยบุรี  และแนวเชื่อมต่อป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี

– พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตามหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียน
ในข้อที่ ๑๐ คือเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และมีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก                                                                                                                 

– พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี  แม่น้ำปราณบุรี และแม่น้ำภาชี
จัดเป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีเนื้อที่ประมาณ ๒.๕ ล้านไร่ (๔,๐๘๙ ตารางกิโลเมตร) มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่ มากกว่า ๒๐๐ กิโลเมตร  โดยพบชนิดพันธุ์สัตว์ ๗๒๐ ชนิด ตามบัญชี IUCN Red List  เมื่อจำแนกเป็นสัตว์ที่มีสถานภาพเสี่ยงสูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered Species, CR) จำนวน ๔ ชนิด ได้แก่ จระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ Siamese crocodile  ลิ่นชวา เต่าเหลือง และเต่าหก นอกจากนั้น ยังมีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species, EN) ๘ ชนิด มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable Species, VU)  ๒๓ ชนิดและ ชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม และมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Near Threatened Species, NT)  ๒๕  ชนิด

– ในประเด็นการจัดที่ดินทำกินนั้น สืบเนื่องจากปี พ.ศ. ๒๕๓๙  ได้มีการอพยพราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามแนวชายแดนไทย – เมียนมา บริเวณบ้านใจแผ่นดิน ลงมารวมกันตรงข้ามกับหมู่บ้านโป่งลึก และจัดตั้งเป็นหมู่บ้านบางกลอยขึ้น โดยมีแม่น้ำเพชรบุรีกั้นระหว่างหมู่บ้านโป่งลึก และหมู่บ้านบางกลอย   ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนซึ่งยังปักปันไม่แล้วเสร็จ โดยมีชาวบ้านทั้งหมด   ๕๗ ครอบครัว ประมาณ ๒๓๐ คน โดยกรมป่าไม้ในขณะนั้นได้ดำเนินการก่อสร้างบ้าน ห้องน้ำ และถังเก็บน้ำให้กับทุกครัวเรือน และจัดที่ทำกินให้ครอบครัวละ ๗ ไร่ พื้นที่ปลูกบ้านประมาณ ๓ งาน จำนวน ๕๗ แปลง ทั้งนี้ จากข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากร ในหมู่บ้านบางกลอยเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๔  พบว่ามีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ๑๑๓ ครอบครัว จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเป็น ๖๗๓ คน  ปัจจุบันมีการสำรวจ การถือครองที่ดินของบ้านบางกลอย ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตามมาตรา ๖๔ ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยจะนำผลการสำรวจและจัดทำแผนที่ไปดำเนินการจัดที่ดินทำกินตาม พระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป

– ในด้านการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก
ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๓ นั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้แทนราษฎรจากหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานและโดยรอบ ทั้งหมดรวม ๕๕ หมู่บ้าน ซึ่งรวมทั้งหมู่บ้านชาวไทยและกะเหรี่ยงในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและขอรับการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนมรดกโลก มีการดำเนินการทั้งในระดับกลุ่มป่า ระดับพื้นที่อนุรักษ์ หมู่บ้าน และกลุ่มบ้าน ในการประชุมชี้แจงแต่ละครั้ง มีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม  รวมทั้งผู้แทนจากสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) ประเทศไทยด้วย  สำหรับหมู่บ้านที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์นั้น  มีผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และผู้ที่สื่อสารได้
ทำหน้าที่ล่ามแปลภาษา  ซึ่งได้รับฟังและรวบรวมข้อเรียกร้องของราษฎร นำมากำหนดมาตรการและแนวทาง                                                                                         

การดำเนินงานให้สอดคล้องกับตัวบทกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในภาพรวมของประเทศ ทั้งนี้ ผลการรับฟังความเห็นเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก  

– ในด้านการบริหารจัดการพื้นที่ มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาพื้นที่ (Protected Area Advisory Committee, PAC) ในแต่ละพื้นที่ของพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนกะเหรี่ยงในการบริหารจัดการพื้นที่  โดยปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์จากบ้านโป่งลึกและบ้านบางกลอย ๒ คน ร่วมเป็นกรรมการ และนอกจากนั้นยังมีการจ้างงานชาวกะเหรี่ยงเพื่อทำงานในอุทยานแห่งชาติด้วย

ท้ายนี้ ในด้านการดูแลคุณภาพชีวิตนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันของคนกับป่า โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีหน่วยงานของรัฐจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๒ หน่วยงาน  เข้าไปดำเนินการโครงการต่าง ๆ กว่า   ๘๘ โครงการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต  ความเป็นอยู่  ส่งเสริมอาชีพ  และเสริมสร้างสุขอนามัย ให้กับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง  อาทิ การส่งเสริมการเกษตร  การส่งเสริมอาชีพโครงการส่งเสริมศิลปาชีพและมูลนิธิปิดทองหลังพระ  ระบบประปาหมู่บ้าน  ระบบน้ำบาดาล  พลังงานไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ โรงเรียน 
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  สุขศาลาประจำหมู่บ้าน  และการส่งเสริมอัตลักษณ์ของชุมชน เป็นต้น    

LinksLinks2