ครม. มีมติเดินหน้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ มุ่งมั่นหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ภายในปี 2573 และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Glasgow Leaders’ Declaration on Forests and Land Use) เพื่อแสดงออกถึงความตั้งใจของประเทศไทยที่จะหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดิน สร้างความสมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก และรักษาไว้ซึ่งการบริการของระบบนิเวศ ร่วมกับ ๑๔๓ ประเทศ โดยมี
การดำเนินงานที่สำคัญ อาทิ การอนุรักษ์ป่าไม้และระบบนิเวศบนบก การสนับสนุนนโยบายการค้าและการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนท้องถิ่น การดำเนินนโยบายการเกษตรยั่งยืนและความมั่นคงด้านอาหาร การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อการเกษตรและการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน และการอำนวยความสะดวกให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและที่ดินจากความเสื่อมโทรมโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการดำเนินงานของประเทศไทยด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภทให้ได้ร้อยละ ๕๕ ตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ และเป็นไปตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ โดยการกำกับของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ การเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Glasgow Leaders’ Declaration on Forests and Land Use) นี้ จะเป็นการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Greenhouse Gas Emission) ภายในปี ค.ศ. ๒๐๖๕ ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอผู้นำโลกในห้วงการประชุม COP26 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ โดยในลำดับต่อไป กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งแจ้งการเข้าร่วมปฏิญญาฯ ต่อประธานการประชุม COP26 และสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อทราบต่อไป

จัดทำและเผ่ยแพร่โดย

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพนากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)