การหารือทวิภาคีระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นย้ำให้สำนักงานนโยบายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งรัดหารือความร่วมมือกับสาธารณรัฐเยอรมนีเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) -ของประเทศไทย ตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการประชุม COP26

ในการนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการ สผ. และ ดร.ณัฏฐนิช อัศวภูษิตกุล ผอ.กปอ. พร้อมเจ้าหน้าที่ สผ. ได้หารือทวิภาคีร่วมกับกับ Dr. Philipp Behrens ผู้อำนวยการแผนงานการปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากล (International Climate Initiative: IKI) ผู้แทนกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ณ Thailand’s Delegation Office ณ ในระหว่างการประชุม COP26 ซึ่งผู้แทนทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความชื่นชมต่อการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีความท้าทายของทั้งสองประเทศ โดยประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายจะลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ และจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. ๒๐๖๕ ขณะที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. ๒๐๔๕ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ใช้โอกาสนี้หารือความก้าวหน้าและเร่งรัดการดำเนินความร่วมมือในปัจจุบัน อาทิ กรอบความร่วมมือทวิภาคีภายใต้แผนงานการปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากล ระหว่างปี ค.ศ. ๒๐๒๒ – ๒๐๒๖ ที่สาธารณรัฐเยอรมนีจะให้การสนับสนุนงบประมาณ ๔๐ ล้านยูโร (ประมาณ ๑,๕๔๐ ล้านบาท) ในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อผลกระทบ และการเสริมสร้างบทบาทของกองทุนสิ่งแวดล้อมของไทยในการสนับสนุนโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ เลขาธิการ สผ. ได้ขอให้สาธารณรัฐเยอรมนีเร่งสนับสนุนและผลักดันโครงการ Transfer project ที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนายานยนต์สะอาดในประเทศไทย (Thailand Clean Mobility Programme: TCMP) โดยการออกแบบกลไกทางการเงินและโมเดลทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในระบบขนส่งมวลชน ซึ่งมีแผนที่จะจัดทำโครงการนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และขอให้เร่งผลักดันโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Strengthening Climate Smart Rice Farming) เพื่อส่งเสริมการทำนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำและมีความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดส่งแนวคิดโครงการฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุน Green Climate Fund นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายหารือต่อแนวทางความร่วมมือในอนาคต ทั้งในสาขาเกษตร คมนาคม และการจัดการของเสีย และแสวงแนวทางความร่วมมือเพิ่มเติมภายใต้ NDC Partnership และ NAMA Facility เนื่องจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากต่างประเทศมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยยกระดับการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวฯ ของไทยให้บรรลุตามเป้าหมายที่แสดงเจตนารมณ์ไว้

จัดทำและเผยแพร่โดย กลุ่มงานอำนวยการและประชาสัมพันธ์ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

LinksLinks2