8 กรกฎาคม 2563 ฝนพันปีถล่มประเทศญี่ปุ่น สั่งอพยพ ๑.๓ ล้านคน

ที่มา:

https://mgronline.com/japan/detail/9630000069772

สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด จากแนวฝนที่เคลื่อนจากตอนใต้สู่ตอนกลางของประเทศ และทำให้เกิดฝนตกหนักมาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ของ จ. กิฟุ และนากาโนะ และคาดการณ์ว่าฝนตกหนักต่อเนื่องจะขยายพื้นที่ในเขตตอนกลาง (เมืองนาโงยาและใกล้เคียง) และพื้นที่เขตคันโต (นครโอซากาและใกล้เคียง) ถึงแม้ช่วงนี้ญี่ปุ่นจะอยู่ในฤดูฝน แต่ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องไม่ลดความรุนแรงลงเช่นนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ปกติ เพราะช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูมรสุม และไม่มีพายุแต่อย่างใด ฝนตกหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงหลายสิบปีได้เริ่มถล่มจังหวัดคูมาโมโตะ คาโงชิมะ ในภูมิภาคคิวชู เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. หลังจากนั้นแนวฝนก็เคลื่อนตัวขึ้นเหนือโดยไม่ลดกำลังลงเลย และกระหน่ำ จ. นางาซากิ ซางะ และ ฟูกูโอกะ ในวันต่อมา จนในวันนี้ได้เคลื่อนมาถึง จ. กิฟุและ จ. นางาโนะทุกพื้นที่ที่แนวฝนเคลื่อนผ่าน สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยระดับสูงสุดทั้งหมด ซึ่งแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในภูมิภาคคิวชู มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๕๐ คน และสูญหายอีกกว่า ๑๐ คน ผู้เสียชีวิตหลายคนเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถหลบหนีขึ้นที่สูงได้ทัน ตอนที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและกระหน่ำเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว รัฐบาลท้องถิ่นต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้อพยพประชาชนแล้วมากกว่า ๑ ล้าน ๓ แสนคน ชาวเมืองคูมามาโตะบอกว่า คาดไม่ถึงว่าไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต ฝนตกหนักมากจนทำให้น้ำพังตลิ่ง และไหลบ่าเข้าท่วมอย่างรวดเร็วเหมือนกับคลื่นสึนามิ หลายคนเพิ่งซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเมื่อไม่นานมานี้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังพินาศหมด ความพยายามอพยพผู้ประสบภัยยุ่งยากมากขึ้น เมื่อเกิดในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ การเว้นระยะห่างทางสังคมทำให้ศูนย์พักพิงต่างๆ รองรับผู้ประสบภัยได้น้อยลง ศูนย์พักพิงต้องใช้กระดาษแข็งทำเป็นกำแพงกั้นแยกแต่ละครอบครัว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ชาวบ้านบางส่วนตัดสินใจเลือกนอนในรถแทน เพราะไม่ต้องการเสี่ยงติดเชื้อในศูนย์พักพิง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ภัยพิบัติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และสร้างความเสียหายอย่างหนัก ถึงแม้ประเทศญี่ปุ่นจะมีมาตรการเตือนภัยที่ดี แต่ก็มีความเสี่ยงอย่างสูงทั้งจากสภาพภูมิประเทศ และสังคมที่มีผู้สูงอายุจำนวนมาก ทำให้การอพยพหลบภัยเผชิญกับอุปสรรค