4 มกราคม 2563 จาก ‘ทับเบิก’ สู่ ‘ม่อนแจ่ม’ รุกก็รื้อ ยื้อก็ไล่

ที่มา : https://www.komchadluek.net/news/scoop/408341?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พื้นที่โครงการหลวงหนองหอย บริเวณดอยม่อนแจ่ม แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม เนื้อที่ 13,500 ไร่ และ “ดอยม่อนแจ่ม” ตั้งอยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย ด้วยความที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จึงส่งผลให้มีผู้คนเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวจำนวนมากเพื่อสัมผัสทะเลหมอก

เดิมทีพื้นที่ตรงนี้มีโครงการหลวงหนองหอยเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตั้งแต่ปี 2545 ชาวบ้านก็รวมกลุ่มกันในนามของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนแจ่ม เป็นแปลงปลูกผักและวิจัยพืชเมืองหนาว

แต่พอมาช่วงหลังๆ กลับเริ่มมีการซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดินและทำโฮมสเตย์จนเต็มพื้นที่

อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าหากมองในเชิงตัวเลขแล้ว ม่อนแจ่มสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้แก่ชาวบ้านมากมาย โดยปีนี้คึกคักกว่าเดิมเพราะอากาศหนาวมากขึ้น ผู้ประกอบการก็เร่งขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับ

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบข้อมูลข่าว พบว่าช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการคาดการณ์ว่าในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคม-มกราคม มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาพักผ่อนคืนละ 2,000-3,000 คน ในแต่ละวันมีเงินสะพัดวันละ 1.5 ล้านบาท ตลอด 4 เดือน ช่วงไฮซีซั่นปีนี้จะมีรายได้สู่ดอยม่อนแจ่มรวมแล้วกว่า 200 ล้านบาท

แม้ว่าตัวเลขนี้อ้างจากแหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้ประกอบการรีสอร์ต แต่จากภาพที่เห็นเต็นท์ และรีสอร์ตเรียงรายก็เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ แต่โลกนี้ไม่เคยมีด้านเดียว มีได้ ต้องมีเสีย มีบวกต้องมีลบ

นอกจากปัญหาขยะล้นดอยที่เราคนไทยเคยได้ยินมาแล้ว ปัญหาเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนก็มีต่อเนื่องควบคู่กันมาตลอดที่ม่อนแจ่มนี่แหละ

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ออกมาแถลงออกประกาศสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 25 สั่งให้บุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือครอบครองพื้นที่ยุติการดำเนินการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะบ้านพัก รีสอร์ต ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม ในพื้นที่ (โครงการหลวงหนองหอย) หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมาย

โดยจากการประชุมร่วมผู้ประกอบการที่ครอบครองทำประโยชน์ทั้งหมดในที่ดินป่าไม้ของกรมป่าไม้ รวมเนื้อที่ประมาณ​ 229 ไร่ ที่โครงการ​หลวง​หนองหอย ต.โป่งแยง พบว่า ผู้ที่ครอบครองที่อยู่ในแปลงจัดสรรที่ดินตามโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าของกรมป่าไม้ มี 53 ราย รวมเนื้อที่ 229 ไร่

ตรวจสอบปรากฏว่า มีสิทธิ์อยู่ทำกิน 38 ราย ส่วนอีก 12 ราย มีสิทธิอยู่อาศัยทำกิน แต่ทำเกินพื้นที่ และมี 3 รายที่เปลี่ยนมือผู้ครอบครองทำประโยชน์เป็นบุคคลจากท้องที่อื่นไม่มีรายชื่อในโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแล้ว ได้แก่ ม่อนแสนสิริจันทรา ม่อนดอยลอยฟ้า และบ้านท่าจันทร์ รวมเนื้อที่ 8 ไร่เศษ

โดยกรมป่าไม้มีการออกคำสั่งให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ม่อนแจ่มที่มีการรุกที่ป่าสงวนแล้ว และงานนี้ยังไม่มีการเยียวยาใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย การเยียวยาจะให้เฉพาะผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่รีสอร์ตถูกรื้อเท่านั้น

การลุยครั้งนี้ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า พื้นที่ม่อนแจ่มจะมีการกวาดล้างแน่นอน ตอนนี้ในพื้นที่ไม่มีการต่อต้าน เนื่องจากทราบดีว่าเป็นการบุกรุกผิดกฎหมายและเราเอาจริง โดยวันที่ 6 มกราคม จะลงไปตรวจสอบพื้นที่ด้วยตนเอง โดยจากการตรวจสอบผู้ครอบครองพบว่าเป็นเพียงนายทุนเท่านั้น

งานนี้บอกเลยสนุก เพราะไม่ใช่แค่ที่ม่อนแจ่ม แต่จะไล่ทำไปเรื่อยๆ ใครผิดจัดการหมด แปลว่าเราจะได้เห็นภาพการไล่รื้อถอนสิ่งก่อสร้างผิดกฎหมายไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับภูทับเบิกที่ถูกดำเนินการจนถึงที่สุด !

betgaranti giriş kolaybet giriş betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi canlı bahis siteleri güvenilir bahis siteleri amqsports.com bettingforward.com likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com hd porno türk porno çankaya escort ankara escort eryaman escort