30 มิถุนายน 2563 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและกรมอุทยาน ร่วมกันพัฒนามาตรการสร้างแรงจูงใจเชิงบวกเป็นกลไกภาคป่าไม้ในการลดภาวะโลกร้อนของประเทศรวม ๑๒ มาตรการ ๒๕ แนวทาง

ที่มา:

https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG200630103440302

นายวิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวในการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างมาตรการสร้างแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จัดโดย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชว่า เป็นเวทีแรกจากทั้งหมด ๔ ภูมิภาคทั่วประเทศ รวม ๘ ครั้ง เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงมาตรการสร้างแรงจูงใจให้สมบูรณ์และเหมาะสมต่อการนำไปปรับใช้ให้มีประสิทธิภาพในอนาคต โดยเฉพาะมาตรการสร้างแรงจูงใจเชิงบวกในการเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ครอบคลุมด้านกฎระเบียบและข้อตกลง ด้านการเงิน ด้านสังคม และด้านสนับสนุนการสร้างแรงจูงใจรวม ๑๒ มาตรการ ๒๕ แนวทาง ซึ่งจะเป็นกลไกและเครื่องมือสำคัญของภาคป่าไม้ในการเพิ่มพื้นที่ป่า เพิ่มศักยภาพของแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ป่า และลดภาวะโลกร้อนในระยะยาว แต่สิ่งสำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศความร่วมมือด้านนโยบายของประเทศ ความร่วมมือด้านศักยภาพการดำเนินงาน และความร่วมมือด้านการติดตามประเมินผล เพื่อนำมาใช้ขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานสร้างแรงจูงใจให้เป็นกรอบแนวทางและรูปแบบการจัดการป่าของภาคส่วนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นความท้าทายของผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการนำมาตรการมาสร้างแรงจูงใจเชิงบวกไปปฏิบัติ และปรับใช้ให้เกิดผลสำเร็จ ทั้งการอนุรักษ์ป่า การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน การเพิ่มพื้นที่ป่า ต้นไม้ให้เป็นแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจกและการให้บริการของระบบนิเวศป่าไม้ รวมถึงรักษาไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างสมดุล

นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อลดอุณหภูมิโลกและภาคป่าไม้เป็นภาคที่มีความสำคัญเป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอน ปัจจุบันประเทศไทยยังมีความต้องการใช้พื้นที่ป่าและทรัพยากรป่าไม้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จึงยังมีการทำลายป่าเกิดขึ้นต่อเนื่องจำเป็นต้องส่งเสริมการลดการทำลายป่าและลดการทำให้ป่าเสื่อมโทรม ด้วยการเพิ่มบทบาทการอนุรักษ์ป่า การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการเพิ่มพื้นที่ป่าใช้กักเก็บคาร์บอน และส่งเสริมการปลูกป่า โดยใช้มาตรการสร้างแรงจูงใจเชิงบวกเพื่อเป็นกลไกและเครื่องมือให้ภาคประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันเพิ่มพื้นที่ป่าและเพิ่มศักยภาพของแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการสนับสนุนการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตด้วย