3 เมษายน 2563 เร่งดับไฟป่า-ควัน 17 จังหวัดภาคเหนืออ่วม! ฝุ่นพิษ 8 จังหวัดยังพุ่ง

ที่มา: https://www.naewna.com/local/483733

พล.ต. จิรเดช กมลเพ็ชร รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เป็นประธานการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ณ สโมสรกาวิละค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จ. เชียงใหม่ โดยได้มีการนำข้อสั่งการจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหมซึ่งสั่งการให้ 17 จังหวัดภาคเหนือ เร่งจัดการปัญหาไฟป่าและการเผาอย่างเด็ดขาด โดยให้จุดความร้อน (Hotspot) ต้องเป็น 0 ภายในสัปดาห์นี้


นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จ. เชียงใหม่ มีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมทางไกลกับ 5 อำเภอ ที่มีจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) เกิดขึ้นมากที่สุดในพื้นที่ จ. เชียงใหม่ ได้แก่ อ. แม่แจ่ม สะเมิง อมก๋อย แม่แตง และเชียงดาว เพื่อติดตามสถานการณ์พบว่า ส่วนใหญ่เป็นพื้นภูเขาสูงชันยากต่อการเข้าถึง โดยได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกัน ประกอบกับพิจารณาให้การสนับสนุนทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ดับไฟ และอากาศยานในการดับไฟป่า ซึ่งได้เน้นย้ำอำเภอเรื่องการพิจารณาสถานการณ์ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อขอรับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน ทั้งปัญหาสถานการณ์ไฟรุนแรง การเข้าถึงสถานที่ที่ยากลำบาก เพื่อที่จะขอรับความช่วยเหลือจากอากาศยาน ขอให้ประเมินและรีบแจ้งโดยเร็ว ในส่วนของการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการภาคอากาศ หน่วยบิน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ร่วมกับหน่วยบินกรมฝนหลวง จำนวน 1 ลำ ปฏิบัติงานที่ อ. สะเมิง เฮลิคอปเตอร์ MI-17 ของกองทัพบก ปฏิบัติงานที่ อ. เชียงดาว และ เฮลิคอปเตอร์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 ปฏิบัติงานที่ อ. แม่ออน พร้อมทั้งเตรียมการเฝ้าระวังอยู่ที่บริเวณดอยสุเทพโดยรอบ ด้านอากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการทดลองขึ้นบินในช่วงบ่ายของวันนี้ และเริ่มปฏิบัติการจริงในวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. นี้ และเพื่อให้ติดตามสถานการณ์ไฟป่าอย่างใกล้ชิด รับฟังปัญหาอุปสรรค และร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาจึงได้สั่งการให้มีการประชุมวีดีทัศน์ทางไกล (Video Conference) โดยให้ 5อำเภอที่มีจุดความร้อน (Hotspot) จำนวนมากที่สุดประชุมผ่านระบบร่วมกันในเวลา 08.30 น. ของทุกวันหรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ณ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จ. เชียงใหม่

จ. เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ต. นางแล อ. เมืองเชียงราย จ. เชียงราย หลังเกิดไฟป่าลุกลามในหลายพื้นที่ระหว่างเขตรอยต่อตั้งแต่ต. นางแล บ้านดู่ แม่ยาว และห้วยชมพูในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย และ ต. ป่าตึง อ. แม่จัน โดยนายสมกิจ เกศนาคินทร์ นายอำเภอเมืองเชียงรายรายงานว่า ไฟป่าเกิดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 31มี.ค. ในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านนางแลใน ต. นางแล และลุกลามเป็นบริเวณกว้าง ประกอบกับลมพัดกระพือไฟให้ลุกแรงมากยิ่งขึ้น จึงสั่งการให้ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าของตำบลนางแลรีบควบคุมสถานการณ์ และสามารถดับไฟป่าและทำแนวกันไฟได้ในที่สุด จากนั้น ผู้ว่าฯ เชียงราย ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากไฟป่า ที่ ต. ป่าตึง อ. แม่จัน โดยผู้ว่าฯ เชียงราย ได้เน้นย้ำว่า ให้ทุกหมู่บ้านทุกชุมชน ตามผู้ลักลอบจุดไฟเผาป่ามาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตรวจวัดค่าฝุ่นรวม 26 สถานี พบค่าฝุ่นระหว่าง 39 – 273 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบกับสุขภาพ โดยพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) มี 14 สถานี คือ ต. เวียง อ. เมืองเชียงราย 122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. เวียงพาคำ อ. แม่สาย จ. เชียงราย 164 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. ช้างเผือก อ. เมืองเชียงใหม่ 91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. เมืองคอง อ. เชียงดาว จ. เชียงใหม่ 273 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. พระบาท อ. เมืองลำปาง 109 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. สบป้าด อ.แม่เมาะ 111 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. บ้านดง อ. แม่เมาะ 105 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. แม่เมาะ อ. แม่เมาะ จ. ลำปาง 104 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. จองคำ อ. เมืองแม่ฮ่องสอน จ. แม่ฮ่องสอน 91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. ในเวียง อ. เมืองน่าน 136 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. ห้วยโก๋น อ. เฉลิมพระเกียรติ จ. น่าน 230 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. นาจักร อ. เมืองแพร่ จ. แพร่ 126 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต. บ้านต๋อม อ. เมืองพะเยา จ. พะเยา 117 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ต. ท่าอิฐ อ. เมืองอุตรดิตถ์ จ. อุตรดิตถ์ 98 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ตรวจ พบค่าระหว่าง 74 – 275 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐาน 10 สถานี คือ ต. พระบาท อ. เมืองลำปาง ต. สบป้าด อ. แม่เมาะ ต. บ้านดง อ. แม่เมาะ ต. แม่เมาะ อ. แม่เมาะ จ. ลำปาง ต. เวียง อ. เมืองเชียงราย ต. เวียงพางคำ อ. แม่สาย จ. เชียงราย ต. นาจักร อ. เมืองแพร่ จ. แพร่ ต. บ้านต๋อม อ. เมืองพะเยา จ. พะเยา ต. ห้วยโก๋น อ. เฉลิมพระเกียรติ และต. ในเวียง อ. เมืองน่าน จ. น่าน

ที่ จ. พะเยา เกิดเหตุไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรงในพื้นที่หมู่ 10 ต. บ้านต๊ำ อ. เมืองพะเยา จ. พะเยา ไฟได้ลุกไหม้ลุกลามพื้นที่ป่ากว่า 100 ไร่ รวมทั้งเข้าลุกลามพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านจำนวนมาก โดยได้ส่งผลให้ค่าหมอกควันในพื้นที่ จ. พะเยา ยังเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ล่าสุดค่า PM 2.5 อยู่ที่ 116 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร PM10 อยู่ที่ 145 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และAQI อยู่ที่ 226 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

betgaranti giriş kolaybet giriş betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi canlı bahis siteleri güvenilir bahis siteleri amqsports.com bettingforward.com likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com hd porno türk porno çankaya escort ankara escort eryaman escort