28 มีนาคม 2563 จังหวัดเชียงใหม่น่าห่วงค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นกว่า 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลังเกิดไฟป่าบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยยังดับไม่ได้ จากการลักลอบเผาในพื้นที่ป่า

ที่มา : http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG200328131059722

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ 17 จังหวัดวันนี้ (28 มี.ค.63) คุณภาพอากาศมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจวัดได้ระหว่าง 38 – 353 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจวัดได้ระหว่าง 71 – 255 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  ภาพรวมแนวโน้มค่าฝุ่นละอองยังสูงขึ้นจากเมื่อวานนี้ (27 มี.ค.63) หลังพบจุดความร้อน (Hotspot) เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและนอกประเทศ 

โดยค่าฝุ่น PM2.5 และ PM 10 ยังอยู่ในระดับสีแดง 9 พื้นที่ คือ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย , ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ , ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย , ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน , ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา และต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 

ยังพบมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้มอีก 13 พื้นที่ เนื่องจากไม่มีฝน อากาศปิด ลมอ่อน การระบายฝุ่นละอองเกิดได้น้อย และการสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกิดจากการเผามากขึ้น ประกอบกับ พบจุดความร้อน (Hotspot) ในเมียนมา สปป.ลาว และเวียดนามเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการสะสมของฝุ่นในภาคเหนือตอนบน 9 จังหวัดได้ สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นอย่างมากของจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ จ. เชียงใหม่ เนื่องจากเกิดไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จนค่าฝุ่น PM2.5 สูงกว่า 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่น โดยยังพบอุปสรรคสำคัญในการควบคุมเพลิงมาจากกระแสลมแรง ทำให้พัดสะเก็ดไฟข้ามแนวกันไฟที่เจ้าหน้าที่ได้ทำไว้ลุกลามเพิ่มตามแนวสันเขาเป็นวงกว้าง พร้อมทั้งให้ทุกภาคส่วนจัดเวรยามเฝ้าระวังไฟป่าทุกหมู่บ้านที่ติดกับดอยสุเทพ-ปุย พื้นที่ ต.แม่เหียะ ต.บ้านปง อ.หางดง และ ต.สุเทพ ต.ช้างเผือก อ.เมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ขึ้นอีก

ทั้งนี้ ในประเทศไทยยังต้องให้ควบคุมการเผาดับไฟในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ควบคู่กับเร่งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมืองดเผาเศษกิ่งไม้ – ใบไม้ เศษวัสดุการเกษตร และงดเผาป่าในช่วงประกาศห้ามเผาของจังหวัด เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ด้วย

ขณะนี้ยังพบปัญหาไฟป่าหมอกควันที่เกิดจากการเผาในที่โล่งอยู่ จึงขอความร่วมมือประชาชน งดเผาเชื้อเพลิงทั้งในที่โล่งและในป่า หากพบเห็นการเผาหรือเกิดไฟป่าโปรดแจ้งสายด่วน 1362 สำหรับผู้ใดฝ่าฝืนมาตรการห้ามเผาป่าจะถูกจับกุมดำเนินคดี มีโทษจำคุก 1– 30 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 – 3,000,000 บาท โดยผู้ที่ชี้เบาะแสจะได้รับเงินรางวัลนำจับ 5,000 บาท