28 พฤษภาคม 2563 กรมชลประทานแจงน้ำคลองห้วยทรงแห้ง อ. ผักไห่ เพราะน้ำต้นทุนที่เหลือน้อยมาก ใช้เฉพาะอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเท่านั้น ขอให้เกษตรกรเพาะปลูกรอฝนตกชุก หรือมีปริมาณน้ำในพื้นที่เพียงพอ

ที่มา: https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG200528091245059

จากกรณีชาวบ้าน ต. ลำตะเคียน อ. ผักไห่ จ. พระนครศรีอยุธยา ร้องเรียนน้ำในคลองห้วยทรงที่เป็นคลองชลประทานเส้นหลักแห้งตลอดทั้งสาย เกษตรกรไม่สามารถทำนาได้ อยากให้ชลประทานหาทางผันน้ำให้เกษตรกร นั้น

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทานชี้แจงว่า กรมชลประทานได้ร่วมกับนายอำเภอผักไห่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบว่า คลองห้วยทรงหรือคลองลำตะเคียน ซึ่งปัจจุบันน้ำในคลองแห้งเกษตรกรไม่สามารถเริ่มทำนาได้ โดยเนื่องจากประมาณน้ำต้นทุนที่เหลืออยู่น้อยมาก สามารถสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศในแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น ขอให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกชุก หรือมีปริมาณน้ำในพื้นที่เพียงพอ กรณีที่ผู้นำท้องถิ่นกังวลว่าหากเริ่มทำนาในช่วงที่ฝนตกเป็นปกติ คือ ในช่วงปลายเดือนก.ค.เป็นต้นไป อาจทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันโครงการตัดยอดน้ำเข้าทุ่ง และอยากขอความชัดเจนในเรื่องโครงการตัดยอดน้ำเข้าทุ่งในปี ๒๕๖๓ นั้น รองอธิบดีกรมชลประทานชี้แจงต่ออีกว่า หลักการตัดน้ำเข้าทุ่งนั้น คือ หากมีปริมาณฝนที่ตกลงในพื้นที่จำนวนมากจนทำให้น้ำในแม่น้ำ ลำคลองมีปริมาณสูงและจะเข้าท่วมในพื้นที่สำคัญๆ กรมชลประทานจะพิจารณาตัดน้ำเข้าทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำที่อยู่เหนือ และ/หรือใกล้พื้นที่เฝ้าระวังนั้นๆ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะท่วมในพื้นที่ดังกล่าว โดยในช่วงฤดูฝนปี ๒๕๖๓ นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณฝนจะมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ ๕ ซึ่งแตกต่างจากฤดูฝนปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑

อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรติดตามสภาพฝนที่ตกในช่วงฤดูฝนปีนี้จากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือสามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำของกรมชลประทานได้จากหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ “water.rid.go.th” หรือแอพพริเคชั่น WMSC หรือเฟสบุ๊ค “เรารักชลประทาน” หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ชลประทานบริการประชาชน