28 กันยายน 2563 โควิด-19 : นักวิจัยชี้เสียงนกร้องช่วงล็อกดาวน์ มีคุณภาพและเซ็กซี่ขึ้น

ที่มา:

https://www.bbc.com/thai/international-54316802

จากที่ก่อนหน้านี้มีหลายคนออกมาตั้งข้อสังเกตว่า เสียงนกร้องแตกต่างออกไปตั้งแต่เริ่มมีการล็อกดาวน์เพราะวิกฤตโควิด-19 ตอนนี้มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ออกมายืนยันแล้ว จากการวิเคราะห์เสียงร้องของนกกระจอกที่เก็บข้อมูลมาหลายทศวรรษ นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่า ชุดเสียงที่นกร้องออกมาแตกต่างไปเมื่อตัวเมืองเงียบสงัดลงช่วงการล็อกดาวน์รับมือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นกเหล่านี้เพิ่มคุณภาพเสียงร้องมากขึ้น เพื่อเป็นการปกป้องอาณาเขตของพวกมัน และก็เพื่อดึงดูดคู่มาผสมพันธุ์ด้วย แม้ว่ามนุษย์คิดว่าเสียงเหล่านี้ดังขึ้น แต่จริงๆ แล้วมันส่งเสียงร้องเบาลงต่างหาก

ดร.เอลิซาเบธ เดอร์รีเบอร์รี จากคณะนิเวศวิทยาและวิวัฒนาการเชิงชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเทนเนสซี เมืองน็อกซ์วิลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกาศึกษาว่า มลภาวะทางเสียงส่งผลต่อเสียงนกร้องอย่างไรมาหลายปี “คนเข้าใจถูกแล้วว่าเสียงนกร้องแตกต่างไประหว่างการล็อกดาวน์ เสียงเหล่านี้ไปอยู่ในที่ ๆ มนุษย์ทิ้งให้ว่างเปล่า” ดร.เดอร์รีเบอร์รี บอกกับบีบีซี “ขณะที่เราย้ายออกจากทัศนียภาพของเสียง เหล่านกก็ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้แทน ฉันคิดว่าสิ่งนี้กำลังบอกว่ามนุษย์เราส่งผลกระทบต่อการเสียงร้อง และการสื่อสารของนกอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขตเมือง” ต้องยกความดีความชอบให้แก่การศึกษาเก็บข้อมูลเรื่องนกกระจอกหัวมงกุฏขาวสลับดำ บริเวณอ่าวซานฟรานซิสโกในรัฐแคลิฟอร์เนียที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถทำการเปรียบเทียบได้ว่า เสียงนกร้องก่อนและหลังการล็อกดาวน์ต่างกันอย่างไร สิ่งที่พวกเขาพบคือ ส่วนใหญ่แล้วเป็นนกกระจอกตัวผู้ที่ส่งเสียงร้อง และช่วงที่ตัวเมืองเงียบสงัดลง นกปรับคุณภาพเสียงพวกมันให้ดีขึ้น ร้องเสียงเบาและเซ็กซี่กว่าเดิม เพื่อปกป้องอาณาเขตของพวกมันและก็ดึงดูดนกตัวเมียมาผสมพันธุ์ด้วย “เมื่อเสียง จากมนุษย์เบาลงช่วงล็อกดาวน์ เสียงร้องพวกมันฟังเซ็กซี่ขึ้นสำหรับนกตัวอื่นๆ”

“งานวิจัยชี้ว่า เมื่อมลภาวะทางเสียงลดลง จะเกิดผลกระทบต่อพฤติกรรมของสัตว์ป่าโดยทันที และน่าตื่นเต้นมากเพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เราพยายามทำเพื่อช่วยสิ่งแวดล้อมต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเห็นผล” มองในมุมหนึ่ง การล็อกดาวน์คือ การทดลองครั้งใหญ่เพื่อดูว่า สัตว์ป่าจะมีปฏิกริยาอย่างไรเมื่อไม่มีเสียงที่สร้างโดยมนุษย์ เสียงการจราจรบนสะพานโกลเดนเกตในนครซานฟรานซิสโก ลดระดับลงไปคล้ายกับช่วงทศวรรษที่ ๕๐ และก็มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียบอกว่าเห็นหมาป่าออกมาเดินข้ามสะพาน คนเองก็ออกมาบอกว่ารู้สึกเชื่อมต่อกับธรรมชาติมากขึ้นเช่นไรในช่วงล็อกดาวน์ และงานวิจัยนี้ก็เป็นหลักฐานบางประการที่บอกว่า ทั้งสัตว์ป่าและมนุษย์เองต่างก็ได้ผลดีจาก “ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน”

“การได้ยินเสียงนกร้องมากขึ้นส่งผลดีต่อสภาพจิตใจคน และการล็อกดาวน์ยิ่งทำให้เห็นเรื่องนี้ชัดเจน และงานวิจัยนี้ก็ให้ข้อมูลสนับสนุนเรื่องนั้น” ดร.เดอร์รีเบอร์รี กล่าว

นกกระจอกหัวมงกุฏขาวสลับดำ (white-crowned sparrow) มีอยู่ทั่วไปในประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา เสียงร้องของพวกมันก็ถูกนำไปศึกษาอย่างกว้างขวาง สายพันธุ์ที่แตกต่างแยกย่อยออกไปในแต่ละพื้นที่ของประเทศก็จะมีเสียงร้องแตกต่างออกไปเล็กน้อย เสียงของพวกมันจะเริ่มด้วยเสียงคล้ายกระซิบฟังดูอ่อนหวาน ก่อนจะเป็นเสียงกระซิบซ้ำๆ แล้วจบด้วยเสียงรัวตอนท้ายๆ มีการเก็บข้อมูลเสียงนกกระจอกในย่านอ่าวซานฟรานซิสโกในรัฐแคลิฟอร์เนียมาตั้งแต่ทศวรรษที่ ๗๐ แล้ว นี่จึงเป็นข้อมูลหายากเกี่ยวกับพฤติกรรมการส่งเสียงร้องของนก เป็นที่รู้กันดีว่า นกที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองต้องปรับเสียงร้องของพวกมันในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา เหมือนกับที่คนเราต้องปรับเวลาอยู่ในปาร์ตี้ที่มีเสียงเพลงและเสียงคนพูดคุยเสียงดัง

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Science ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสเอแอนด์เอ็ม มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียโพลีเทคนิคสเตท และมหาวิทยาลัยจอร์จเมสัน