25 ธันวาคม 2562 หนาวแรง…แล้งจัด เตือนภาคใต้เก็บกักน้ำ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/1733455#cxrecs_s

“ปกติฤดูหนาวของประเทศไทยมาจากความกดอากาศสูงกำลังแรงจากจีนแผ่ลงมา ทำให้อากาศบ้านเราเย็นลง แต่ปีนี้มีพายุคัมมูริเป็นปัจจัยเสริม เหนี่ยวนำให้มวลอากาศเย็นไหลลงมายังประเทศไทยได้ลึกขึ้น ทำให้อากาศเย็นแผ่ลงมาได้แทบทุกพื้นที่ ซึ่งไม่ได้เห็นบ่อยนัก เพราะปกติช่วงนี้พายุมักเกิดในแนวต่ำ แถบอินโดนีเซีย เพื่อเคลื่อนเข้าสู่ภาคใต้ แต่ครั้งนี้พายุเกิดในแนวสูงขึ้นแถบฟิลิปปินส์ ถือเป็นสัญญาณส่วนหนึ่งของสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ทำให้ปัจจุบันคาดการณ์อะไรได้ยากขึ้น”

ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. อธิบายถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น…เมื่ออากาศเย็นลงมา ความชื้นในอากาศลดลง อากาศแห้ง น้ำในเขื่อน อ่างเก็บน้ำ จะมีอัตราการระเหยสูงขึ้น ประกอบกับในช่วงอากาศหนาวที่ผ่านมา กระแสลมหนาวมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยตอนบนไม่มีฝนตก และกระแสลมนี้ได้ผลักแนวฝนของภาคใต้ให้ต่ำลงแถบชายแดนไทย-มาเลเซีย ขณะเดียวกันกระแสลมมรสุมตะวันออก เฉียงเหนือ หรือลมหนาวที่มีกำลังแรงได้ส่งผลให้คลื่นลมในอ่าวไทยกำลังแรง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ทำให้น้ำเค็มรุกเข้ามาในตัวแม่น้ำได้ลึกจากเดิมถึง 100 กม. ทำให้น้ำบางช่วงเค็มขึ้นถึง 3 เท่า จนต้องงดสูบน้ำมาทำน้ำประปา ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตร

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ความกดอากาศสูงจะอ่อนกำลัง ไม่มีปัจจัยอย่างอื่นมาเสริม…สภาพภูมิอากาศเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

แต่ภาคใต้จะน่าเป็นห่วงที่สุดในขณะนี้ เพราะจากปัจจัยที่กล่าวมา ทั้งยังไม่เกิดพายุที่จะทำให้ร่องฝนเคลื่อนเข้าสู่ภาคใต้ได้ และลมมรสุมหนาวได้ผลักแนวฝนไปทางมาเลเซีย ทำให้แทบไม่พบร่องฝนเลยในช่วงนี้

ขณะที่เขื่อนสำคัญในภาคใต้ อย่างเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี มีระดับน้ำต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย 30% เขื่อนบางลาง จ.ยะลา ปริมาณน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10% ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วทั้งภาคใต้ อยู่ในสถานะไม่ได้ต่างกัน

โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต ดูจะน่าเป็นห่วงที่สุด อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ แหล่งป้อนน้ำประปาสำคัญของจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งมีความจุ 7.2 ล้าน ลบ.ม. ตอนนี้เหลือแค่ 9% เท่านั้นเอง

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ภาคใต้อาจเสี่ยงต่อสถานการณ์ภัยแล้งเกือบทั้งภาคเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้มีน้ำใช้อย่างจำกัด และช่วงหน้าร้อนอาจถึงขั้นต้องประกาศเตือนให้กักเก็บน้ำ

ส่วนภาคอื่นๆ ปัญหาแทบไม่ต่างกัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จากทั้งหมด 35 แห่ง มีอ่างเก็บกักน้ำได้ต่ำกว่า 30% มีด้วยกัน 9 แห่ง…เขื่อนแม่กวงอุดมธารา 28%, เขื่อนลำพระเพลิง 16%, เขื่อนอุบลรัตน์ 21%, เขื่อนจุฬาภรณ์ 28%, เขื่อนลำนางรอง 20%, เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 28%, เขื่อนทับเสลา 23%, เขื่อนกระเสียว 21%, เขื่อนคลองสียัด 28%

อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่เก็บน้ำได้ต่ำกว่า 30% ของความจุ มีอยู่ทั้งหมด 86 แห่ง…ภาคเหนือ 28 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 42 แห่ง ภาคตะวันออก 7 แห่ง ภาคกลาง 7 แห่ง ภาคตะวันตก 1 แห่ง ภาคใต้ 1 แห่ง

ฉะนั้นปี 2563 เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะแล้งทั้งประเทศ ยกเว้นพื้นที่แถบ จ.กาญจนบุรี เพราะลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้มีฝนตกเติมน้ำในเขื่อนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี

สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2563 ดร.สุทัศน์ วิเคราะห์…ช่วงครึ่งปีแรกของปีน้ำจะน้อย ฝนจะมาช้า แต่ในช่วงครึ่งปีหลังถ้ามีพายุเข้ามาเยอะ มีโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมได้

เหมือนปลายปี 2538 ที่เกิดอุทกภัยเป็นบริเวณกว้างทั่วทุกภาค 68 จังหวัด 585 อำเภอ มีผู้ได้รับความเดือดร้อน 1,163,871 ครอบครัว เสียชีวิต 260 คน จนถูกบันทึกไว้เป็นอุทกภัยที่มีความร้ายแรงมากที่สุดในประเทศไทยที่เกิดขึ้นในรอบ 40 ปี (2499-2538)

ขณะที่ในช่วงต้นปี 2538 มีพื้นที่ประสบภัยแล้งใน 72 จังหวัด 717 อำเภอ 5,020 ตำบล 26,354 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับความเดือดร้อน 2,661,678 คน พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายมากถึง 3 ล้านไร่… หนักกว่าภัยแล้งปี 2558–59 ที่มีพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายแค่ 2 ล้านไร่

ฉะนั้นเพื่อรับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า นับแต่นี้เป็นต้นไปเกษตรกรต้องรู้จักบริหารจัดการ น้ำให้ดีต้องมีแหล่งน้ำของตัวเอง ใช้น้ำให้เป็น ใช้แต่พอดีให้คุ้มค่าที่สุด ปรับเปลี่ยนปลูกพืชใช้น้ำน้อย ให้ผลผลิตเร็ว.

betgaranti giriş kolaybet giriş betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com türkçe altyazılı porno hd porno türk porno çankaya escort ankara escort eryaman escort