24 มิถุนายน 2563 กรมชลประทานย้ำน้ำใน ๔ เขื่อนหลักเจ้าพระยา อยู่ในเกณฑ์น้อย เหตุฝนตกเหนือเขื่อนยังน้อย

ที่มา:

https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG200624070954437

ดร. ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศว่า มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันประมาณ ๓๒,๒๓๕ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ ๔๒ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ ๘,๕๘๗ ล้านลูกบาศก์เมตร เฉพาะ ๔ เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ ๗,๖๘๒ ล้านลูกบาศก์เมตร (ปี ๖๒ มีน้ำรวมกัน ๙,๔๐๗ ล้านลูกบาศก์เมตร) หรือร้อยละ ๓๑ ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ ๙๘๖ ล้านลูกบาศก์เมตร (ปี ๖๒ มีน้ำใช้การได้ ๒,๗๑๑ ล้านลูกบาศก์เมตร) จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในปีนี้น้อยกว่าปี ๖๒ ที่ผ่านมาถึง ๑,๗๒๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำที่มีอยู่จึงสามารถสนับสนุนได้เพียงการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก จากการติดตามสภาพฝนที่ตกในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำพบว่า ปริมาณฝนที่ตกในลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่มากนัก ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาน้อยตามไปด้วย ซึ่งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ๔ เขื่อนหลัก มีน้ำไหลลงอ่างฯรวมกันเพียง ๑๑๙.๙๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ค่าเฉลี่ยน้ำไหลลงอ่างฯรวมกันจะอยู่ที่ประมาณ ๑๙๗ ล้านลูกบาศก์เมตร แยกเป็นเขื่อนภูมิพล มีน้ำไหลลงอ่างฯ ๕.๔๔ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำใช้การได้ ๒๒๒ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ ๒ ของน้ำใช้การได้ เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำไหลลงอ่างฯ ๑๐๑.๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำใช้การได้ ๕๐๘ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ ๘ ของน้ำใช้การได้ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำไหลลงอ่างฯ ๘.๙๖ ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำใช้การได้ ๑๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ ๑๗ ของน้ำใช้การได้ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำไหลลงอ่างฯ ๔.๓๕ ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำใช้การได้ ๑๐๖ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ ๑๑ ของน้ำใช้การได้ นับได้ว่าอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก กรมชลประทานกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับภาวะดังกล่าว ซึ่งปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ใน ๔ เขื่อนหลัก จะส่งให้เฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก ส่วนภาคการเกษตรจะบริหารจัดการน้ำท่าในแม่น้ำ และลำน้ำสาขาต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหากเกษตรกรที่ได้ทำการเพาะปลูกนาปีไปแล้ว จะนำน้ำท่าจากแม่น้ำและลำคลองธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ด้วยการทดน้ำ/อัดน้ำ หรือสูบน้ำช่วยเหลือ ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำนาปี ได้ขอความร่วมมือให้เริ่มทำนาปีในช่วงหลังกลางเดือน ก.ค. ๖๓ เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีฝนตกชุกและมีปริมาณน้ำเพียงพอในพื้นที่ จึงค่อยทำการเพาะปลูก โดยกรมชลประทาน จะเน้นเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าอย่างไม่ขาดแคลน

betgaranti giriş kolaybet giriş betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi canlı bahis siteleri güvenilir bahis siteleri amqsports.com bettingforward.com likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com hd porno türk porno çankaya escort ankara escort eryaman escort