23 มีนาคม 2563 กรมชลประทานเดินหน้าโครงการตามแผนแม่บทน้ำ 20 ปี

ที่มา: https://www.komchadluek.net/news/agricultural/423866?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

แผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี (2561-80 ) ของประเทศไทย มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติได้ย้ำถึงโครงการสำคัญที่จะต้องพยายามขับเคลื่อนออกมา   โดยเฉพาะโครงการที่จะมีนัยสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำทั้งแล้ง-ท่วม

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายก่อสร้าง เปิดเผยว่า ตามนโยบายของพล.อ. ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ (กนช.) ให้ความสำคัญแก่การขับเคลื่อนโครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)   ซึ่งหลายโครงการอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนของรัฐบาล และกรมชลประทานที่กำลังดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย  ทั้งโครงการผันน้ำเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การจัดหาแก้มลิงรับน้ำหลาก หรืออุโมงค์ผันน้ำ ทั้งหมดกรมชลประทานได้มีการดำเนินการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี เพื่อจัดหาน้ำต้นทุนเพิ่ม ให้เป็นไปตามแผนกว่า 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ในระยะแผน  20 ปี 

โดยโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ  กรมชลประทานได้วางโครงการไว้หลายโครงการทั้งที่กำลังก่อสร้างและอยู่ระหว่างการศึกษา เช่น โครงการผันน้ำแม่ยวม เติมเขื่อนภูมิพล ปีละ 1,800 ล้านลบ.ม. อยู่ระหว่างการศึกษาของฝ่ายวิชาการ  โครงการอุโมงค์ผันน้ำแม่แตง – แม่งัด – แม่กวง  จ. เชียงใหม่ (2559 – 64) อยู่ระหว่างก่อสร้าง ภาพรวมปัจจุบันมีความก้าวหน้าร้อยละ 42 เพิ่มน้ำต้นทุนในเขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้ปีละประมาณ 160 ล้านลบ.ม. รองรับการใช้น้ำในอนาคตที่เพิ่มขึ้น 173 ล้านลบ.ม.ต่อปี ในอีก 20 ปีข้างหน้า สำหรับการขยายตัวของเขตเมือง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวในเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงบรรเทาอุทกภัยเมืองเชียงใหม่

โครงการประตูระบายน้ำ (ปตร.) ศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ. เลย อยู่ระหว่างก่อสร้าง ระหว่างนี้กรมชลประทานได้เร่งสร้างประตูกั้นลำน้ำเดิมให้เสร็จก่อน เพื่อช่วยกักน้ำในแม่น้ำเลยก่อนที่จะลงแม่น้ำโขงเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่ง ปตร. ศรีสองรัก จะแล้วเสร็จในปี 2565 โครงการประกอบด้วยการก่อสร้าง ปตร. ปิดกั้นระหว่างลำน้ำเลยกับแม่น้ำโขง 5 ช่องประตู กว้าง 15 เมตร สูง 13.2 เมตร สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 2,500 ลบ.ม. ต่อวินาที จะช่วยบริหารน้ำในลำน้ำให้สอดคล้องกับฤดูกาลและกักน้ำไว้ในหน้าแล้งไม่ปล่อยทิ้งแม่น้ำโขง และสำหรับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีโครงการก่อสร้างและปรับปรุง ปตร. ในบริเวณปากแม่น้ำ ที่บรรจบแม่น้ำโขง ปัจจุบันมีการดำเนินการแล้วตั้งแต่ปากแม่น้ำเลย แม่น้ำมูล และบางจุดจะมีขุดลอกแก้มลิงธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำเพื่อกักน้ำในฤดูแล้ง

สำหรับการจัดหาพื้นที่แก้มลิงขนาดใหญ่รองรับน้ำหลาก เช่น บางระกำโมเดล จ. พิษณุโลก กรมชลประทานได้มีการวางโครงการเพื่อเป็นแก้มลิงเก็บน้ำ เช่น การเตรียมทุ่งเจ้าพระยา  22 จังหวัดภาคกลางเป็นแก้มลิงธรรมชาติเพื่อบริหารน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา การขุดลอกบึงบอระเพ็ด บึงสีไฟ ร่วมถึงการทำแก้มลิงขนาดเล็กกระจายในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล  เป็นต้น นอกจากนั้นในภาคใต้มีโครงการระบายน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยในหลายจังหวัด มีการก่อสร้างปตร. ในปลายคลองของแต่ละโครงการเพื่อกักน้ำไว้ในฤดูแล้ง เช่น  โครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จ. สงขลา และรอบทะเลสาบสงขลามีการจัดหาพื้นที่ทำแก้มลิงขนาดเล็กเพื่อกักเก็บน้ำจืด  

โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง  โครงการบรรเทาอุทกภัยนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี -พุ่มดวง จ. สุราษฏร์ธานี โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร  โครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา 3 และคลองระบาย D9 เพื่อตัดยอดน้ำไม่ให้ผ่านเข้าเมืองเกิน 150 ลบ.ม. ต่อวินาที  ซึ่งเป็นศักยภาพของแม่น้ำในช่วงผ่านตัวเมืองเพชร ล่าสุดคืบหน้ากว่าร้อยละ 90 โครงการที่ยกตัวอย่างมานั้น กรมชลประทานได้มีการเดินหน้าต่อยอดและพัฒนาให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  ซึ่งแต่ละโครงการที่เดินหน้าได้นั้น ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทุกกระบวนการและมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนเป็นสำคัญ