21 เมษายน 2563 ยุทธพลส่งพญาเสือไขปริศนาเกาะพีพี ใครปล่อยน้ำเสียลงทะเล?

ที่มา: https://www.banmuang.co.th/news/politic/189195

หลังจากกรณีภาพน้ำเสียคล้ายน้ำมันไหลลงทะเลเกาะพีพี จนทราบถึงนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีคำสั่งตรงผ่านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ ๑๗ เม.ย. ที่ผ่านมา โดยนายยุทธพลเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ หน่วยพญาเสือลงพื้นที่เกาะพีพีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่ง พบข้อเท็จจริงว่า น้ำเสียที่ไหลลงทะเลเกาะพีพี เป็นน้ำเสียจากโรงแรมผู้ประกอบการแห่งหนึ่งบนเกาะที่ล้างระบบบำบัดน้ำเสีย และลักลอบปล่อยน้ำเสียทิ้งลงลำรางระบายน้ำโดยตรง

นายพนัชกร  โพธิบัณฑิต หัวหน้าหน่วยพญาเสือ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยพญาเสือลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานที่ได้จากการสืบสวนขยายผลการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล และเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากพิจารณา​แล้วเห็นว่า พฤติกรรมของโรงแรมแห่งหนึ่งบนเกาะพีพี​ ซึ่งมีนักการเมืองท้องถิ่น​เป็นเจ้าของกิจการ และ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมทราบดีว่า​ การปล่อยน้ำเสียทิ้งออกสู่คลองสาธารณะซึ่งเป็นลำรางปลายทางไหลลงสู่ทะเลน่านน้ำไทย และเป็นพื้นที่อุทยาน​แห่งชาติ​หาดนพรัตน์ธารา ​- หมู่เกาะพีพี ย่อมก่อให้เกิดมลพิษ และความเสียหายแก่แหล่งน้ำสาธารณะและอุทยานฯ กระทบกระเทือนต่อระบบนิเวศทางน้ำและสิ่งแวดล้อมของแหล่งน้ำ อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยังเป็นเขตควบคุมสิ่งแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ ฉบับลงวันที่ ๑๖ มี.ค. ๒๕๕๙ เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในท้องที่ อ. อ่าวลึก อ. เมืองกระบี่ อ. เหนือคลอง อ. คลองท่อม และ อ. เกาะลันตา จ. กระบี่ จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าของกิจการโรงแรม และ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหายแก่แหล่งน้ำสาธารณะและอุทยานฯ แต่เจ้าของกิจการโรงแรม และ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง กลับมิได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามภาระหน้าที่ เมื่อปรากฏว่าโรงแรมของตนก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุทยานแห่งชาติ​ เจ้าของกิจการโรงแรม และ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงมีความผิดตาม พรบ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนี้

– มาตรา ๑๙ (๒) ภายในอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดกระทำการอื่นใด (ปล่อยน้ำเสีย) อันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีบทลงโทษตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

– มาตรา ๔๐ ผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการไม่ว่าจงใจหรือประมาทเลินเล่อโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ ผู้นั้นต้องรับผิดชอบค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น 

นายยุทธพล กล่าวทิ้งท้ายว่า “รมว.ทส.วราวุธ ให้ความสำคัญและจริงจังกับปัญหาทรัพยากรทางทะเลมาก จากนี้จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะเหล่าผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหารต่างๆ ที่เข้ามาหาประโยชน์ หากำไรจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่กลับไร้ความผิดชอบที่จะรักษาธรรมชาติที่เป็นแหล่งทำกินของตัวเอง ซ้ำร้ายยังเป็นคนที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมเสียเอง กลุ่มนี้จะต้องได้รับการดำเนินคดีตามขั้นตอนกฏหมายอย่างถึงที่สุด เพราะถือว่ามาหากำไรจากสมบัติของชาติแล้วยังไร้สำนึกความรับผิดชอบที่จะช่วยกันดูแลรักษาไว้ให้ดี”

betgaranti giriş kolaybet giriş betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com türkçe altyazılı porno hd porno türk porno çankaya escort ankara escort eryaman escort