21 กุมภาพันธ์ 2563 ประเดิมกม. ใหม่ กรมอุทยานฯ ลุย จ. กาญจนบุรี สั่งรื้อรีสอร์ทหรูใน 30 วัน

ที่มา: https://www.naewna.com/local/474412

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ และคณะเจ้าหน้าที่จำนวน 20 นาย ได้เดินทางมาติดประกาศคำสั่งรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างฯ บริเวณด้านหน้ารีสอร์ต กกกอด ต. ช่องสะเดา อ. เมืองกาญจนบุรี จ. กาญจนบุรี ของนายศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ โดยมีหุ้นส่วนทางลับ เป็นลูกสาวของคนมีสี ยศนายพลคนหนึ่ง โดยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสินหรือสิ่งอื่นใด ของรีสอร์ตกกกอด ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ. กาญจนบุรี

นายนิพนธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากอัยการ จ. กาญจนบุรี มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง นายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ เจ้าของรีสอร์ตกกกอด ในคดีอาญาที่ 244/ 2559 เนื่องจากขาดเจตนากระทำผิด แต่มิใช่เนื่องจากที่ดินไม่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณแต่อย่างใด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีอำนาจเข้าไปรื้อถอนรีสอร์ต กกกอด แห่งนี้ได้ เทียบเคียงคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อส. 3 1/2559 ต่อมามีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดลงวันที่ 10 ม.ค. 2562 ไม่รับอุทธรณ์ของนายศิริยุทธ ที่อุทธรณ์ไม่ให้รื้อถอนรีสอร์ตแห่งนี้ ถือว่าคดีนี้เป็นอันถึงที่สุด นายนิพนธ์ กล่าวว่า หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณอาศัยอำนาจ มาตรา 35 ( 2 ) ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 ประกาศคำสั่งให้นายศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ และบริวาร มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 55/ 5 หมู่ที่ 8 ต. บางกระทึก อ. สามพราน จ. นครปฐม ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดของรีสอร์ทกกกอด ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ. กาญจนบุรี ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศคำสั่งนี้ เมื่อครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้ว หากยังดื้อเพ่งไม่รื้อถอน จะถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนประกาศคำสั่งนี้ ระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะได้มีรื้อถอนเสร็จ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้กับทางราชการ จำนวน 242,733.22 บาท และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี ผอ. สบอ.3 กล่าวว่า หลังจากคณะเจ้าที่ปิดประกาศคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรลาดลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี จ. กาญจนบุรี และหากครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้วนายศิริยุทธ ยังดื้อเพ่งไม่ดำเนินการรื้อถอน จะมาแจ้งความดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนประกาศคำสั่งตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฉบับใหม่ และจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ง. ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15) ให้ยึดเงินหรือทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการค้าเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติต่อไปอีกด้วย “กรณีของ กกกอดรีสอร์ตนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่าง และยังถือเป็นรายแรกที่กฏหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่บังคับใช้ด้วย”นายนิพนธ์ กล่าว เมื่อถามว่า เจ้าของจะอ้างได้หรือไม่ว่า อัยการไม่ฟ้องเท่ากับว่า ไม่มีความผิด นายนิพนธ์ กล่าวว่า ที่อัยการไม่ฟ้อง นั้นมีการระบุว่า ขาดเจตนา ไม่ใช่เพราะที่ดินไม่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ซึ่งการจากตรวจสอบรังวัดโดยละเอียดแล้วพบว่า ตัวรีสอร์ตตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณชัดเจน มีเนื้อที่ 6 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา เมื่อถามอีกว่า ที่มีรายงานทางลับว่าหุ้นส่วนเป็นลูกสาวนายพลนั้นเป็นนายพลคนไหน นายนิพนธ์ กล่าวว่า มีรายงานทางลับมาเช่นนี้ แต่ล่าสุดนั้น มีคนมาแจ้งว่า หลังจากทางรีสอร์ตทราบว่า อุทยานฯจะเข้ามารื้อ ลูกสาวนายพลคนดังกล่าวขอถอนหุ้นไปแล้ว แต่ไม่ยืนยันว่าเรื่องถอนหุ้นเป็นความจริงหรือไม่