20 สิงหาคม 2563 นกแก้วมาคอว์สีฟ้า หายากสุดในโลก ถูกไฟเผาบ้าน ป่าบราซิล

ที่มา:

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_4741846

นกแก้วมาคอว์สีฟ้า นกพันธุ์หายากที่สุดในโลก เผชิญอันตรายใหญ่หลวง เมื่อเขตที่อยู่อาศัยของมันถูกเพลิงไหม้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในประเทศบราซิลเป็นถิ่นอาศัยของนกชนิดนี้ถึงร้อยละ ๑๕ ของจำนวนประชากรนกแก้วมาคอว์สีฟ้าทั่วโลก อานา มาเรีย บาร์เรโต เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์และเขตรักษาพันธุ์นกในรัฐมาตูโกรสซูโดซูล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ กล่าวว่า ครอบครัวดูแลและอนุรักษ์ธรรมชาติมานานหลายสิบปี แต่ไฟเผาผลาญพื้นที่การเกษตรไปกว่าร้อยละ ๗๐ ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์นกคาดว่า มีนกแก้วมาคอว์สีฟ้าประมาณ ๗๐๐ – ๑,๐๐๐ ตัว ซึ่งเป็นนกมาคอว์กลุ่มใหญ่ที่สุดโลกที่อาศัยตามธรรมชาติ สถาบันอาซูลซึ่งเป็นองค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติประเมินว่า น่าจะมีนกแก้วมาคอว์สีฟ้าทั้งโลกประมาณ ๖,๕๐๐ ตัว ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับการสูญพันธุ์และถูกคุกคามการอยู่ตามธรรมชาติในประเทศบราซิล

เนียวา กูเอเดส ประธานสถาบันอาซูลกล่าวว่า นกส่วนใหญ่อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยกว่าเพื่อหนีไฟ แต่อีกไม่นานนัก นกอาจขาดแคลนอาหาร เพราะนกแก้วมาคอว์สีฟ้ากินผลไม้และถั่วนานาชนิด แต่ป่าถูกทำลาย อาหารก็ถูกทำลายไปด้วย ไฟเริ่มลุกลามตั้งแต่วันที่ ๑ ส.ค. แม้เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงที่ลุกลามใกล้กับแหล่งที่นกทำรังได้แล้ว แต่ไฟอาจปะทุขึ้นได้อีก หากอุณหภูมิสูงและอากาศแห้ง

โรเจริโอ เพอร์ดิเกา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าวว่า ยังควบคุมเพลิงไม่ได้ทั้งหมด แต่จะสู้ต่อไป พร้อมทั้งแสดงคลิปให้นักข่าวซีเอ็นเอ็นดูว่า นกแก้วมาคอว์บางตัวเกาะอยู่บนต้นไม้ใกล้กับจุดที่ไฟเพิ่งจะดับ นกมาคอว์จะมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและส่งเสียงร้องไม่หยุดเหมือนจะขอบคุณเจ้าหน้าที่

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในปันตานัล เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุม ๒ รัฐของประเทศบราซิล ทั้งรัฐมาตูโกรสซู และรัฐมาตูโกรสซูดูซูล กินอาณาเขตทั้งหมดกว่า ๙๓ ล้านไร่ ประเทศบราซิลและองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโกยกย่องผืนป่าแห่งนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ แต่ตกเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟเช่นกัน และยังถูกแผ้วถางป่าเพื่อบุกเบิกทำเป็นพื้นที่ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์

เมื่อวันที่ ๑๖ ก.ค. นายชาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิลลงนามในร่างกฎหมายห้ามจุดไฟในปันตานัล ๑๒๐ วัน หลังจากถูกกดดันจากนักลงทุนนานาชาติซึ่งขู่ว่าจะย้ายฐานลงทุนออกจากประเทศบราซิล หากไม่แก้ไขปัญหาดังกล่าว

ขณะที่สถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติบราซิลเปิดเผยว่า ตรวจจับเพลิงไหม้ได้ ๓,๑๒๑ จุด ในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนนี้ เมื่อเทียบกับ ๑,๖๙๐ จุด ตลอดเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว คาร์อส ริตล์ เลขานุการบริหารหน่วยสังเกตการณ์สภาพอากาศบราซิล ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคม ตำหนิรัฐบาลล้มเหลวในการป้องกันไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่รัฐบาลนายฌาอีร์ โบลโซนารูขึ้นมาบริหารประเทศ มีการตรวจตราและจับตามองสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมทรามและทรุดโทรมลงทุกขณะ เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งกว่าปกติ อันเป็นผลมาจากการตัดไม้ทำลายป่า ขณะนี้ นักวิจัยกำลังศึกษาอากาศที่แห้งแล้งขึ้น เป็นผลจากการตัดไม้ในป่าแอมะซอน ทำให้ความชื้นในปันตานัลลดลงหรือไม่

ระหว่างการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศที่ครอบคลุมผืนป่าแอมะซอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายโบลซานารูยืนยันว่า เพลิงไหม้ในป่าแอมะซอนไม่ใช่เรื่องจริง และยืนยันว่าประเทศบราซิลพยายามอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ รวมทั้งต่อสู้กับการละเมิดกฎหมายเพื่อรักษาป่าฝนแอมะซอน คำพูดของผู้นำขัดกับความจริงที่เจ้าของที่ดินเซา ฟรานซิสโก โด เปริการ่า ได้แก่ อานา มาเรีย บาร์เรโต และพี่สาว มาเรีย อิกเนส ที่เผชิญกับไฟโหมไหม้พื้นที่อนุรักษ์มานานหลายปี ปี ๒๕๔๕ มีนกแก้วมาคอว์สีฟ้าในฟาร์มเพียง ๒๐๐ ตัวเท่านั้น และเมื่อไม่กี่ปีมานี้เพิ่งจะกลับมาเพิ่มขึ้นเป็น ๔ เท่า