20 พฤษภาคม 2563 ปลูกป่าฝ่าโควิด-โลกร้อน ประเทศปากีสถานจ้างคนตกงานปลูกต้นไม้

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/article/775290

นับตั้งแต่ประเทศปากีสถานใช้มาตรการ lockdown ประชาชนนับล้านตกงานและได้ผลกระทบ แรงงานก่อสร้าง Abdul Rahman จากแคว้น Punjab ก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ของประเทศ ในสถานการณ์แบบนี้ เขาก็มีทางเลือกไม่มากนัก ถ้าไม่ไปขอเงินตามข้างถนน เขาก็ต้องปล่อยให้ครอบครัวของตัวเองหิวต่อไป แต่รัฐบาลปากีสถานมีข้อเสนอที่ดีกว่าให้กับ Rahman ด้วยการให้มาปลูกต้นไม้ร่วมกับแรงงานอื่นๆ ที่ไม่มีงานทำเพื่อช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน โดยจะได้ค่าจ้างตอบแทนวันละ ๓ เหรียญสหรัฐ ซึ่งถึงแม้ว่าค่าตอบแทนนี้จะไม่ได้สูงมากมายอะไร แต่มันก็เพียงพอที่จะประทังชีวิตได้ งานที่ Rahman และแรงงานคนอื่น ต้องทำมีตั้งแต่เพาะชำต้นไม้ นำต้นกล้าไปปลูก ดูแลพื้นป่า และเฝ้าระวังไฟป่าที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งค่าแรงจะอยู่ระหว่าง ๗ – ๕๐ เหรียญสหรัฐแล้วแต่ลักษณะงาน และเพื่อปฏิบัติตามกฎ lockdown อย่างเคร่งครัด แรงงานทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่าง ๒ เมตรด้วย

ประเทศปากีสถานเริ่มต้นการ lockdown ประเทศตั้งแต่วันที่ ๒๓ มี.ค. ข้อมูลจากสถาบันการพัฒนาเศรษฐกิจของปากีสถานพบว่า ระหว่างการ lockdown ประชากรจำนวนกว่า ๑๙ ล้านคนต้องตกงาน และร้อยละ ๗๐ ของผู้ที่ตกงานมาจากแคว้น Punjab อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้จ้างแรงงานที่ตกงานเพิ่มเป็นจำนวนกว่า ๖๓,๖๐๐ตำแหน่งเพื่อมาปลูกป่า ให้สอดคล้องกับโครงการ Tree Tsunami ของประเทศปากีสถาน ที่มุ่งปลูกต้นไม้ ๑๐,๐๐๐ ล้านต้น ซึ่งแผนการกระตุ้นสีเขียวนี้ ได้ช่วยให้เศรษฐกิจและหลายครอบครัวสามารถดำเนินต่อไปได้ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่หลายอย่างถูกปิดตัวลง อีกทั้งยังช่วยให้ประเทศเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย โครงการปลูกต้นไม้หมื่นล้านต้นนี้เริ่มตั้งแต่ปี ๒๐๑๘ เพื่อสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นต้นเหตุของอุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้น น้ำท่วม ความแห้งแล้ง และสภาวะอากาศสุดขั้วอย่างอื่นๆ จาก Global Climate Risk Index 2020 ปากีสถานจัดเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงอยู่ลำดับที่ ๕ ที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนสูงในช่วง ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา

รายงาน Germanwatch ของประเทศปากีสถานระบุว่า ในช่วงปี ๑๙๙๙ จนถึงปี ๒๐๑๘ ประเทศต้องเผชิญกับอากาศแบบสุดขั้วมากถึง ๑๕๐ ครั้ง ตั้งแต่น้ำท่วมยันไปถึงคลื่นความร้อน ที่สร้างความเสียหายเป็นจำนวน ๓,๘๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยเหตุนี้ นักสิ่งแวดล้อมจึงได้ผลักดันให้มีการปลูกป่าเพื่อป้องกันน้ำท่วม ฝนตกอย่างปกติ สร้างความร่มเย็น ดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมา และดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ ในปีนี้รัฐบาลหวังว่าจะมีการปลูกต้นไม้เพิ่มอีก ๕๐ ล้านต้น ปกติฤดูกาลปลูกต้นไม้จะมีถึงแค่ปลายเดือน พ.ค. แต่ทางโครงการวางแผนที่จะขยายระยะเวลาออกไปถึงปลายเดือน มิ.ย. เพื่อให้แรงงานผู้ปลูกต้นไม้มีงานทำต่อไปด้วย Rab Nawaz จาก World Wildlife Fund (WWF) ของประเทศปากีสถานกล่าวว่า “โครงการที่รัฐบาลนำมาใช้ถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว และยังสร้างงานให้แก่ผู้ที่ตกงานทั้งหลาย” อย่างไรก็ตามเขาเตือนว่า การปลูกต้นไม้เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้นที่จะช่วยให้เราต่อสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ได้ เรายังต้องลงทุนเพื่อพัฒนาทั้งเกษตรกรและชาวเมืองต่างๆ ให้มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบจากโลกที่ร้อนขึ้น

betgaranti giriş kolaybet giriş betpark giriş free shop sigara burun dolgusu instagram takipci hilesi canlı bahis siteleri güvenilir bahis siteleri amqsports.com bettingforward.com likit ankara escort Huluhub.com diyarbakirescort.com hd porno türk porno çankaya escort ankara escort eryaman escort