20 ตุลาคม 2563 ทส. เร่งคลอด พ.ร.บ. โลกร้อนภายใน 2 ปี

ที่มา:

https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9630000106746

ประเทศไทยให้สัตยาบันเข้าร่วมข้อตกลงปารีส เมื่อปี ค.ศ. ๒๐๑๖ มีเป้าหมายสำคัญมุ่งเน้นที่การควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน ๒ องศาเซลเซียส จากระดับอุณหภูมิช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ร้อยละ ๑๑ – ๒๐ ในภาคพลังงานและขนส่ง และจะขยับขึ้นเป็นร้อยละ ๒๐ ทุกภาคส่วนในปี ค.ศ. ๒๐๓๐ แม้ส่วนราชการจะมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ในการดำเนินงานยังมีข้อติดขัดหลายอย่าง ทำให้ปัจจุบันข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และยังมีข้อมูลบางส่วนที่ไม่เคยถูกสำรวจและจัดเก็บเลย ดังนั้น ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังจัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกลไกให้อำนาจหน่วยงานรัฐ เก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเอกชน จุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้คือ การร่วมมือกับเอกชน ผู้ประกอบการมีหน้าที่เก็บข้อมูลกิจกรรมการปล่อย การกักเก็บ และการลดก๊าซเรือนกระจกต่างๆ ในกิจการ โดยร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แบ่งเป็น ๘ หมวด ๕๖ มาตรา เมื่อ พ.ร.บ. ออกบังคับใช้แล้ว จะออกแผนแม่บทกับแผนปฏิบัติต่างๆ ตามมา

การออก พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับนี้จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานของประเทศไทย ทั้งการดูแลฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะการค้าขายกับต่างประเทศจะถูกบังคับด้วยกรอบด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ต่อไปผู้บริโภคเองก็จะสามารถตัดสินใจเลือกอุดหนุนผลิตภัณฑ์ที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำได้ และสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะกลายมาเป็นเทรนด์การตลาดที่ผู้ประกอบการจะต้องแข่งขันกันทำขั้นตอนการผลิตของตัวเองให้เป็นมิตรกับชั้นบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกวัน จากนี้ไปการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย จะต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม จะแยกจากกันไม่ได้เด็ดขาดครับ ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างการจัดงานประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากทุกภาคจนถึงช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เอ็นจีโอระดับโลก กรีนพีซประเทศไทย ก็ติดตามดูว่าร่างกฏหมายโลกร้อนจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูปประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่กำหนดไว้ว่า ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ประเทศไทยจะต้องมีร่างแรกของพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ