2 ธันวาคม 2562 กรมชลประทานแจงปมกะเหรี่ยงร้องให้ยกเลิกสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ

ที่มา : https://www.innnews.co.th/social/news_545167/

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่มีชาวกะเหรี่ยงบ้านขวัญคีรี ตำบลบ้านร้อง อำเภองาว จังหวัดลำปาง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการฯที่ไม่ได้มาจากความต้องการของคนในชุมชน รวมทั้งกระบวนการว่าจ้างบริษัทมาศึกษาผลกระทบไม่ชอบธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย การขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง และการไม่รับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งชุมชนยังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในด้านที่ดินและด้านวิถีวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง นั้น

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ชี้แจงว่าโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สืบเนื่องจากนายอดิศักดิ์ ศักดิ์นภารัตน์ ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำแม่งาว บริเวณบ้านแม่หยวก หมู่ 4 ตำบลหลวงเหนือ อำเภองาว จังหวัดลำปาง เนื่องจากพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภองาว ได้แก่ ตำบลบ้านร้อง ตำบลปงเตำ ตำบลนาแก ตำบลหลวงเหนือ ตำบลหลวงใต้ และตำบลบ้านโป่ง มักจะประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยเป็นประจำ หากสามารถดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ ได้ จะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังสามารถบรรเทาความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ 6 ตำบลดังกล่าวด้วย

ส่วนข้อที่ว่าในพื้นที่ดังกล่าว การพัฒนาฝายต้นน้ำก็เพียงพอแล้วนั้น ในข้อเท็จจริงแล้ว การสร้างฝายปริมาณน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ของราษฎรทั้ง 6 ตำบล หากเปรียบเทียบกับการสร้างอ่างเก็บน้ำที่จะสร้างความมั่นคงในเรื่องของการมีน้ำกินน้ำใช้และการเกษตรได้ตลอดทั้งปี สำหรับกรณีการจ้างบริษัทที่ปรึกษานั้น เป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 จึงต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 19 พ.ย. 2561 ซึ่งข้อกำหนดตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้มีกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุม โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งในการประชุมปฐมนิเทศ ได้มีการเชิญกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโครงการฯเข้าร่วมประชุม เพื่อให้รับทราบการดำเนินงานของกรมชลประทานในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ยังเหลือระยะเวลาที่จะต้องทำการศึกษาความเหมาะสมฯ อีกกว่า 300 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ กรมชลประทานจะดำเนินการสร้างความเข้าใจให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงยังต้องศึกษาถึงความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านเศรษฐศาสตร์อย่างละเอียดในระยะต่อไป ทั้งนี้กรมชลประทาน ขอยืนยันว่าในการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำทุกโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ และพื้นที่ชุมชนนั้น ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่กรมชลประทานได้ยึดมั่นในการดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ สามารถเดินหน้าและเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างยั่งยืนตลอดไป