19 เมษายน 2563 “บิ๊กป้อม” วาง 7 มาตรการดับไฟป่า บทพิสูจน์แก้ปัญหาเด็ดขาด-ยั่งยืน

ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/north/1824298

ไฟป่าในภาคเหนือกลายเป็นปัญหาระดับชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงพื้นที่ติดตาม
แก้ไข พร้อมประชุมคอนเฟอเรนซ์ไปยัง ผวจ. กองทัพภาคที่ 3 ผู้แทน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดย พล.อ.ประวิตร ได้วางมาตรการในการรับมือสถานการณ์ไฟป่า 7 ข้อ ประกอบด้วย

1. ให้ ผวจ. ระดมสรรพกำลัง อุปกรณ์เครื่องมือ และอากาศยานเข้าดับไฟ ไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง พร้อมเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการปะทุของไฟขึ้นซ้ำในพื้นที่เดิม

2. ให้สั่งการไปถึงระดับตำบล หมู่บ้านให้จับตากลุ่มเสี่ยง ที่มีพฤติกรรมการเผาป่า หรือหาของป่า ล่าสัตว์ สําหรับผู้ได้รับสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า เช่น การจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามแนวทาง คทช. หากพบว่ามีการเผาในพื้นที่ ขอให้ตัดสิทธิ์ทันที

3. ให้ทุกหน่วยงานคุมเข้มและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ให้มีการเผาตลอดช่วงห้ามเผาที่จังหวัดกำหนด และเร่งเตรียมการรับมือการเผาสําหรับเกษตรกรหลังพ้นช่วงห้ามเผาด้วย สําหรับการจุดไฟเผาป่า ต้องหาตัวผู้กระทําผิดให้ได้ และให้เร่งส่งฟ้องดำเนินคดีโดยเร็ว

4. ให้จังหวัดดูแลสุขภาพประชาชนจากมลพิษหมอกควัน ส่งเสริมการจัด safe zone ที่บ้าน เพื่อลดผลกระทบจากมลพิษและเป็นไปตามแนวทางการเฝ้าระวัง “โควิด-19”

5. ปัญหาหมอกควัน ข้ามแดน ให้ ทส. หยิบยกประเด็นการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน หารือกับประเทศ เมียนมา ลาวและ กัมพูชา ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และหากพบการเพิ่มขึ้นอย่างมากของจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน ให้ประสานงานกับสำนักเลขาธิการอาเซียนอย่างใกล้ชิด

6. ให้ กองทัพภาคที่ 3 และจังหวัดชายแดน เจรจาสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง หากมีความจำเป็นหรือมีการร้องขอความช่วยเหลือในการดับไฟ ให้พิจารณาช่วยเหลือตามความเหมาะสม

7. หลังสิ้นสุดสถานการณ์ ให้ ทส. ร่วมกับ กองทัพภาคที่ 3 จัดการถอดบทเรียน AAR เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดและยั่งยืนต่อไป

ทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์ว่ามาตรการดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือน่าจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน.