19 มิถุนายน 2563 ปภ. ประสาน ๗ จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมพร้อมรับมือน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม ในช่วงวันที่ 19 – 20 มิถุนายนนี้

ที่มา:

https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG200619105211083

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสมและปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่พบว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้ให้ศักยภาพในการอุ้มน้ำของดินต่ำลง หากมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา อาจทำให้พื้นที่ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม 

ปภ. จึงได้ประสาน ๗ จังหวัดเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๐ มิ.ย. นี้ แบ่งเป็นภาคเหนือ ๖ จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน (อ. สองแคว อ. ท่าวังผง อ. เชียงกลาง อ. ปัว และ อ. บ่อเกลือ) ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ (อ. เมืองเพชรบูรณ์ อ. หล่มสัก และ อ. หล่มเก่า) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑ จังหวัด ได้แก่ เลย รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ที่มีภูเขาสูงชัน พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และพื้นที่ที่เคยเกิดมาก่อนแล้ว พร้อมติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนสะสม ๒๔ ชม. หากฝนตกหนักถึงหนักมาก และสถานการณ์รุนแรง ให้พิจารณาอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว ยานพาหนะ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในระยะนี้ 

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย ๑๗๘๔ ตลอด ๒๔ ชม.